เรื่องเล่าหลอนๆ เงาดำในห้องทดลองชั้น 18

  • by

เรื่องเล่าหลอนๆ นี้เกิดขึ้นในชีวิตการทำงานของคนเรามีหลากหลายอาชีพ หากพูดถึงอาชีพที่ต้องทุ่มเทและรับผิดชอบต่อชีวิตคนมากที่สุดต้องนึกถึงอาชีพ หมอ แต่การรักษานั้นเป็นเพียงเบื้องหน้าที่เราได้พบเห็นในยามปกติ แต่ใครจะนึกถึงการทำงานในยามค่ำคืนที่ไม่มีคนไข้หรือเวลาฉุกเฉินที่เราต้องไปหรืออยู่ในสถานที่ลึกลับหรือเงียบสงบเพียงลำพัง ว่าหมอต้องพบเจอกับอะไรบ้าง

ห้องทดลอง

คณะแพทย์มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจการรักษาผู้ป่วยในประจำวัน การศึกษาหรือการทดสอบโรคต่างๆงานวิจัยที่มีผลต่อการรักษา ล้วนถูกปฏิบัติการในห้องทดลอง แต่เนื่องจากไม่สามารถใช้เวลารักษาผู้ป่วยมาทำการทดลองได้ เนื่องจากต้องใช้เวลาและเครื่องมือเฉพาะทางในค่ำคืนหนึ่ง

คุณหมอมีโปรเจคที่ต้องทำการทดลองในห้องแล็บ ซึ่งโดยปกติแล้วห้องแล็บนี้ ในยามเวลาปกติจะมีผู้คนมากมายที่เดินผ่านไปผ่านมา แต่ในเวลาค่ำคืนนั้นช่างเงียบสงบและไร้ผู้คนที่เดินไปมา ณ ตอนนั้นเป็นเวลาประมาณเที่ยงคืน ห้องแล็บมีเพียงคุณหมอเพียงคนเดียวที่ใช้ห้องและได้ใช้เวลาทำงานอยู่ในห้องพอสมควร หากมีคนขึ้นมาต้องขึ้นลิฟท์มาชั้น 18

ซึ่งที่ตั้งของห้องนั้นจะสามารถมองออกมาและเห็นลิฟท์โดยสาร ซึ่งแสดงว่าหากมีคนขึ้นมาจากชั้นอื่นก็จะสามารถเห็น หากจะเดินขึ้นจะไม่สามารถเดินได้เพราะอยู่สูงมาก ชั้นอื่นๆที่อยู่ใกล้เคียงกันจะไม่ใช้ห้องที่มีคนจะมาใช้งานหรือเดินผ่านไปมาในยามค่ำคืน มีเพียงอย่างเดียวเท่านั้นที่อาศัยอยู่ที่นี้ เป็นการบอกต่อและมีอยู่จริงคือ อาจาร์ยใหญ่

ในขณะที่ทำการทดลองในห้องแล็บนั้นเกิดอาการปวดอุจจาระ ซึ่งห้องน้ำอยู่ไม่ไกลจากลิฟท์เช่นกัน หลังจากที่เดินไปเข้าห้องน้ำนั้นได้นั่งสักพัก ได้ยินเสียงประตูห้องน้ำถูกเปิดออก หลังจากมีเสียงประตูเปิด จะไม่ได้ยินเสียงอะไรเพิ่มเติมจึงเกิดความสงสัยว่าจะมีคนเข้ามาหรือไม่ ซึ่งเป็นไปได้ยากด้วยเวลาและข้อจำกัดของการใช้บริการในยามดึก ที่น้อยคนใช้สามารถใช้ได้หรือต้องทำเรื่องขอไว้ ซึ่งน้อยคนหรือแทบไม่มีคนอื่นใช้ที่เคยทำ

ในเวลาผ่านมาหลังจากเสียงประตูเงียบลงได้มองสังเกตุช่องใต้ประตูห้องน้ำ ปรากฎเห็นเงาดำๆ ผ่านมายังบริเวณหน้าห้องน้ำที่กำลังนั่งอยู่ได้หยุดและผ่านไป ณ เวลานั้นคือขนลุกและกลัวเป็นอย่างมากไม่กล้าที่จะทักหรือส่งเสียง พยายามเก็บความกลัวและความรู้สึก พยายามพาตัวออกจากห้องน้ำให้ไวที่สุด

หลังจากที่ออกจากห้องและวิ่งตรงไปยังห้องแล็บโดยไวและรีบเก็บของเพื่อกลับโดยทันที แต่ในขณะนั้นได้นึกถึงว่าเราไม่ได้ไหว้หรือบอกในยามวิกาล ซึ่งคิดว่าน่าจะใช่ผู้ที่ดูแลหรือผู้ที่อยู่เป็นครูอาจารย์ที่สละร่างกายให้เราได้เรียนรู้ หลังจากที่ตั้งสติได้พนมมือบอกกล่าวเหตุการณ์ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นอีกหลังจากนั้นอีกเลย

ไม่ว่าได้ยินอะไรหรือคิดอะไรในสถานการณ์แบบนี้เราไม่ควรจะทักและมีสติเพราะทุกที่มักมีสิ่งที่คอยเฝ้าดูหรือคุ้มครอง หากเรากราบไหว้หรือขอขมาเราจะผ่านสิ่งเหล่านั้นไปได้ด้วยดี

https://campus.campus-star.com/variety/3977.html