เรื่องเล่าสยองขวัญ “แฟนคลับหลอน”

  • by
เรื่องเล่าสยองขวัญ

วันนี้ The-Shock จะพาผู้อ่านที่ชื่นชอบเรื่องเล่าสยองขวัญ เรื่องผี หรือเรื่องลี้ลับ มาอ่านเรื่องของ “แฟนคลับหลอน” กัน เนื้อเรื่องจะเป็นอย่างไร หลอน น่ากลัวขนาดไหน ไปอ่านกันเลย

เรื่องเล่าสยองขวัญ : แฟนคลับหลอน

เรื่องเล่าสยองขวัญ

เรื่องเล่าสยองขวัญ เรื่องนี้เกิดขึ้นที่อำเภอหาดใหญ่จังหวัดสงขลาย้อนกลับไปประมาณ 6 ปีที่ผ่านมา ตอนนั้นคุณปุ้ยเล่นดนตรีอยู่ในสถานบันเทิงที่นึง ได้ไปเช่าหอพักแห่งหนึ่ง ซึ่งมีอยู่ 3 ชั้น ห้องของคุณปุ้ยจะอยู่ที่ชั้น 3 ชั้นบนสุด และอยู่เป็นห้องสุดท้าย 

ลักษณะของหอก็จะเป็นหอเก่าๆหน่อย ประตูก็จะเป็นประตูเหล็ก เป็นห้องสี่เหลี่ยมเล็กๆ ข้างหลังจะมีห้องน้ำ และระเบียงเล็กๆ ไว้ตากผ้า เหมือนหอทั่วๆไป  เรื่องมันมีอยู่ว่าวันนึง คุณปุ้ยเลิกงานก็กลับไปที่พัก  คุณปุ้ยออกไปข้างนอกระเบียงจะเอาผ้าออกไปตาก พอออกไปตรงระเบียง จะเห็นระเบียงของห้องข้างๆด้วย โดยมีเหล็กดัดกั้นไว้อยู่ 

คุณปุ้ยเล่าเสริมว่าข้างห้องคุณปุ้ยเนี่ย ที่หน้าประตูจะมีแม่กุญแจล็อคไว้ทุกวัน แต่ว่าจะมีคนอยู่ในห้องนั้นตลอด ในระหว่างที่คุณปุ้ยออกไปตากผ้าที่ระเบียงก็เห็นน้องผู้หญิงคนนึงอายุประมาณ 18-19 ชะโงกหน้ามาทัก คุณปุ้ยก็หันไป น้องก็ถามคุณปุ้ยว่า พี่ๆ พี่ใช่นักดนตรีที่นี่ใช่มั๊ย คุณปุ้ยตอบไปว่า ใช่ น้องเขาก็บอกว่า หนูเคยไปดูพี่เล่นอยู่ครั้งนึง หนูชอบพี่มาก คุณปุ้ยก็ตอบ โอเคๆ ครับ 

แต่ด้วยความสงสัยของคุณปุ้ยที่ว่า ห้องนี้ล็อกประตูข้างหน้าตลอด ก็เลยถามน้องไปว่า “โทษนะ ทำไมประตูข้างหน้ามันล็อค แล้วน้องได้ออกไปไหนบ้างหรือเปล่า น้องเขาบอกว่า แม่ของน้องเขาขายน้องให้กับเสี่ยคนนึงเพื่อใช้หนี้จากการพนัน เพื่อให้เป็นเมียเก็บของเสียคนนี้ พอเสี่ยคนนี้มา ก็จะไขกุญแจเปิดประตูเข้ามาอยู่ด้วยกัน แต่เวลาเสี่ยไม่อยู่เขาก็จะล็อคประตูข้างนอกไว้ แต่ก็จะมีของกิน มีอะไรไว้ให้  

หลังจากวันนั้นมา เวลาที่คุณปุ้ยเลิกงานกลับมา เกือบทุกวันน้องเขาจะเอาขนมมาแขวนไว้ที่เหล็กดัดตรงที่ระเบียง พร้อมกับเขียนจดหมายไว้ว่า “ให้พี่นะ” ทำให้ทั้งสองคนได้คุยกันอยู่เป็นพักใหญ่ 

แต่ก็จะมีบางวันที่ได้ยินเสียงจากห้องข้างๆ เหมือนว่าน้องเขาทะเลาะกับเสี่ยคนนั้น ตบตีกัน และก็มีเสียงร้องไห้ เป็นอยู่แบบนี้บ่อยมาก แต่ว่าคุณปุ้ยก็ไม่ได้เข้าไปยุ่งในส่วนนี้ บางครั้งน้องก็ชะโงกหน้ามาคุยกับคุณปุ้ยด้วยหน้าตาที่บวมปูด คุณปุ้ยก็ถามว่าไหวมั๊ย ให้แจ้งตำรวจมั๊ย น้องเขาก็บอกว่า แจ้งไม่ได้พี่ เดี๋ยวแม่หนูจะเดือดร้อน  เป็นแบบนี้อยู่เป็นเดือนๆ 

คุณปุ้ยต้องอยู่แบบนี้โดยที่ไม่สามารถทำอะไรได้ จนวันนึงคุณปุ้ยรับงานไปเล่นดนตรีที่ต่างจังหวัดอาทิตย์นึง หลังจากที่ทำงานเสร็จ ก่อนกลับมา คุณปุ้ยได้ซื้อตุ๊กตาตัวเล็กๆมาตัวนึง กะว่าจะเอามาฝากน้อง 

พอกลับมาถึงหอ ตอนนั้นประมาณ 2 ทุ่ม แต่ว่าชั้น 3 ที่คุณปุ้ยอยู่นั้นเงียบทั้งชั้นเลย ไม่มีเสียงอะไรเลยซึ่งปกติในชั้นนั้น จะมีคนทำงานกลางคืนเยอะ จะไม่ค่อยเงียบ พอเดินผ่านห้องน้องคนนั้น ก็ยังเห็นกุญแจล็อคอยู่ที่หน้าห้องเหมือนเดิม คุณปุ้ยเลยเดินเข้าห้องไป แล้วเดินไปที่ระเบียงหลังห้อง ชะโงกดู ปรากฏว่าห้องน้องเขาปิดไฟ แต่จะมีไฟจากข้างนอกส่องเข้าไปพอให้เห็นราง ๆ  

คุณปุ้ก็เห็นน้องเขายืนอยู่ โดยตรงระเบียงจะมีประตูสำหรับเปิดออกมาที่ระเบียง และจะมีกระจกบานเกล็ดอยู่ข้างๆ ประตู น้องเขายืนอยู่ตรงกระจกบานเกล็ดไม่ยอมออกมาที่ระเบียง หันหน้ามาทางคุณปุ้ย คุณปุ้ยเห็นหน้าตาน้องเค้าคล้ำๆบวมๆ จึงถามไปว่า โดนซ้อมอีกแล้วหรอ น้องเขาก็ตอบว่า ค่ะ และน้องก็พูดต่ออีกว่า พี่ หนูรอพี่หลายวันแล้วนะ พี่ไหนมา คุณปุ้ยก็บอกพี่ไปเล่นคอนเสิร์ตที่ต่างจังหวัด เพิ่งกลับมา พี่มีของมาฝากด้วย  พี่มีตุ๊กตามาให้ แต่คุณปุ้ยสังเกตว่าน้องเขาเศร้าๆ เงียบๆ แปลก ๆ แถมน้ำตายังไหลอยู่เลย ก็เลยบอกว่า พี่แขวนไว้ตรงเหล็กดัดนี้นะ ไว้ค่อยมาหยิบเอาแล้วกัน 

คุณปุ้ยเดินกลับเข้ามาในห้อง อาบน้ำ กำลังจะพักผ่อน จู่ๆก็ได้ยินเสียงเหมือนคนกระทืบพื้นอย่างแรง ตึกๆๆๆๆ ดังมากจากห้องน้องเขา ก็นึกในใจ หรือว่าเสี่ยเขาอยู่ หรือว่าทะเลาะตบตีกัน สักพักก็มีเสียงเหมือนอะไรดิ้นๆอยู่กับพื้น ตุ๊บๆๆๆ ซักพักใหญ่ 

ตอนนั้นคุณปุ้ยไม่กล้าออกไปดูที่ระเบียง ก็เลยเปิดประตูหน้าออกไปดู ก็ดห็นว่าประตูหน้ายังถูกล็อคด้วยแม่อยู่ จนเสียงเงียบไปเกือบๆ ครึ่งชั่วโมง 

คุณปุ้ยคิดว่าไม่มีอะไรแล้ว จึงปิดไฟในห้องทั้งหมด เตรียมตัวเข้านอน ก่อนจะนอนใจนึงก็คิดว่าแอบชะโงกออกไปดูหน่อยดีไหม อีกใจก็กลัวว่าเสี่ยจะอยู่ในห้อง หาว่าเราไปยุ่งอะไรกับเด็กเขาหรือป่าว สุดท้ายด้วยความเป็นห่วง คุณปุ้ยจึงตัดสินชะโงกไปดู 

เสียงไฟจากข้างนอกที่ส่องเข้าไปยังระเบียงห้องน้องเขา คุณปุ้ยมองผ่านบานเกล็ดเข้าไป เห็นน้องเขานอนน้ำลายฟูมปากอยู่บนพื้น คุณปุ้ยตกใจทำอะไรไม่ถูก วิ่งออกไปข้างนอกพยายามไปหาคนมาช่วย  วิ่งลงไปข้างล่างตะโกนหาคนให้มาช่วย จนไปถึงห้องของคนดูแลหอพัก 

คุณปุ้ยเลยบอกคนดูแลหอพัก ว่า พี่ๆ ช่วยขึ้นไปดูหน่อย น้องห้องนี้เขากินยาตาย นอนน้ำลายฟูมปากอยู่ในห้อง  คนดูแลหอหน้าซีดเลย บอกให้คุณปุ้ยใจเย็นๆ และถามย้ำอีกครั้งว่า ห้องไหนนะ?? 

คุณปุ้ยก็บอกไปว่าห้องนี้ๆๆ ห้องที่ประตูล็อคข้างหน้า คนดูแลหอจึงพูดกับคุณปุ้ยว่า น้อง ห้องนั้นหนะเขากินยาตายมา 4 วันแล้ว คุณปุ้ยก็บอก พี่จะบ้าหรอ ผมยังเห็นเขาอยู่เมื่อกี้ พี่อย่าเล่นๆ คนดูแลหอก็บอก จริงๆน้อง เขากินยาตายมา 4 วันแล้ว กว่าคนจะไปเจอก็ตอนที่ส่งกลิ่นเหม็นออกมานอกห้องแล้ว 

คุณปุ้ยขาอ่อนน้ำตาไหลตรงนั้นเลย เริ่มคิดถึงความประจวบเหมาะ ว่าทำไมชั้น 3 ถึงเงียบทั้งหมด คุณปุ้ยนั่งสงบสติออารมณ์อยู่ตรงนั้นซักพัก คนดูแลหอก็บอกว่า อ่ะ ไม่เชื่อใช่มั๊ย เดี๋ยวพาไปดู.. 

คุณปุ้ยตามคนดูแลหอขึ้นไปดูห้องนั้น พอไขกุญแจเปิดเข้าไปดู ปรากฏว่าเป็นห้องโล่งๆ ไม่มีข้าวของอะไรอยู่เลย แต่ที่น่าตกใจกว่านั้นคือ ตุ๊กตาที่คุณปุ้ยแขวนไว้ให้ตรงเหล็กดัด มันเข้าไปตั้งอยู่ในห้องได้ยังไง  คุณปุ้ยจึงหยิบตุ๊กตาตัวนั้นกลับออกมาด้วย 

หลังจากกลับเข้าห้องตัวเอง คุณปุ้ยคิดว่าคืนนี้คงอยู่ที่ห้องนั้นไม่ได้แล้ว จึงตัดสินใจเก็บข้าวของจำเป็นกลับไปอยู่ที่บ้านแม่ทันที 

วันต่อมาคุณปุ้ยก็มาทำเรื่องย้ายออกจากหอเลย แต่ว่าในช่วงที่ยังหาหอใหม่ไม่ได้ และก็ต้องเคลียร์อะไรให้เรียบร้อย คุณปุ้ยจึงต้องนอนอยู่ที่ห้องนี้เป็นเวลา 2 วัน 

ตลอด 2 วันที่คุณปุ้ยต้องอยู่ที่หอนี้ จะได้ยินเสียงกระทืบเท้า เสียงคนวิ่งอยู่ในห้องนั้นทุกคืน คุณปุ้ยพึ่งมารู้ที่หลังว่า สาเหตุที่คนที่อยู่ชั้น 3 ที่ย้ายออกไปนั้น เพราะเขาได้ยินกันหมด  

หลังจากนั้นทางครอบครัวน้องเขาก็มาทำพิธีเชิญวิญญาณน้องเขากลับไป คุณปุ้ยก็เผาตุ๊กตาตัวนั้นไปให้น้องเขาด้วย  แต่ยังมีอีกเรื่องที่ทำให้คุณปุ้ยต้องขนลุกอีกครั้ง เมื่อมาทราบที่หลังว่า น้องเขาชื่อ ตุ๊กตา…