เรื่องเล่าชวนสยอง บ้านที่ซื้อใหม่อยู่ไม่ดี ถึงคราวเคราะห์ ขับรถ ชนเด็กตาย

เรื่องเล่าจากภาคเหนือ

เรื่องนี้เกิดขึ้นที่ จ.เชียงราย ช่วงที่ข้าพเจ้าและครอบครัวได้ย้ายบ้านมา ซื้อบ้านหลังใหม่ บ้านปูนชั้นเดียว 3ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ซึ่งเจ้าของได้ขายในราคาถูกมาก ๆ เราทุกคนชอบ และดีใจที่จะมาอยู่ที่นี่ เพราะใกล้ถนนใหญ่ ตรงข้ามบ้านเป็นทุ่งนาบรรยากาศสดชื่น และไม่ไกลจากตัวเมือง ข้าพเจ้าอายุ 19 ปีได้ ต้องขี่มอเตอร์ไซด์ไปเรียนที่ราชภัฏทุกวัน บางครั้งทำรายงานเยอะ ก็พักนอนกับเพื่อนที่หอบ้าง พวกเราอยู่บ้านหลังนี้ได้สัก ครึ่งปี ก็รู้สึกว่า แต่ละเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับคนในครอบครัวมีแต่เรื่องแปลกๆ มากขึ้น

อย่างข้าพเจ้า ขับรถมามักเจออุบัติเหตุ รถชนหลายครั้ง ซึ่งแต่ละครั้งก็เจ็บตัวตลอด เดี๋ยวเอารถไปซ่อมบ้างละ เปลี่ยนหมวกกันน๊อกไม่รู้กี่ใบ แผลเก่ายังไม่หายดีแผลใหม่ก็มาซ้ำอีก ส่วนน้องสาวไม่เรียนต่อ เลยไปทำงานที่ร้านอาหาร นอนพักอยู่ที่หอ ไม่ค่อยได้กลับมานอนที่บ้าน พออีกไม่นานแม่ขับรถไปทำงานที่เคยทำทุกวันก็ดันมาชนเด็กซึ่งไม่ใช่ความผิดของแม่ เพราะเด็กน้อยวิ่งตัดหน้ารถเอง ฝ่ายพ่อแม่เด็กก็เลยไม่เอาเรื่อง แต่ต้องมาเสียเงินให้กับตำรวจ เป็นค่าขับรถประมาท จ่ายเงิน40,000 บาท ทั้งๆที่แม่เป็นคนที่ขับรถด้วยความระมัดระวังเสมอ ไม่เคยเลยที่ต้องมาเสียเงินขนาดนี้

แม่เล่าให้ฟังว่า ตอนขับรถเข้ามาขับช้ามากเลยเพราะเป็นซอยในตลาด แต่ทำไมไม่เห็นเด็กวิ่งมาเลย พอรู้ตัวอีกที่ก็มีคนตะโกนบอกมาว่า ” ชนเด็ก ๆ” ถึงได้เห็นว่าเด็กน้อยนอนสลบนิ่งไปแล้ว ข้าพเจ้าก็ปลอบแม่ไปว่าอาจเป็นคราวเคราะห์ไม่ต้องคิดมาก พออีกไม่นานข้าพเจ้าและแม่ก็อยากช่วยกันถางหญ้าที่ขึ้นรกบ้าน พอสักพักจอบที่ใช้ถางหญ้าก็ไปกระแทกอะไรสักอย่างจึงเอามาดู มันเป็นเหมือนแหนบ ที่มีสีเขียวทั้งด้าม ช่วงปลายเหมือนก้นหอยสังข์ ซึ่งพบอยู่ 2 ด้าม แม่ก็บอกว่าจะเก็บเอา เพราะมันแปลกดี ไม่เคยเห็น

แต่ข้าพเจ้าบอกว่ามันน่าขนลุกยังไงชอบกล สุดท้ายแม่ก็เอาไปเก็บใว้ที่บ้าน อยู่มาวันหนึ่งข้าพเจ้าก็นอนหลับหลังจากกลับจากการฝึกงานที่แม่สาย ในคืนนั้นข้าพเจ้าจำได้ดี น่าจะ 5 ทุ่ม ในขณะที่นอนหลับอยู่นั้น จู่ ๆได้ยินเสียงคล้ายลมหายใจที่สูดเข้าจมูกพร้อมกับแรงที่พยายามจะดันประตู เหมือนจะเข้ามาให้ได้ ข้าพเจ้าสะดุ้งตื่น แต่ยังข่มตานอนต่อเสียงที่มันดันออกแรงอยู่หลายครั้ง ข้าพเจ้าคิดว่าเดี๋ยวมันคงเงียบหายไปเอง แล้วมันก็เงียบไปจริง ๆ

ข้าพเจ้าเอียงหูฟังอย่างกลัว ๆ แล้วคิดว่าทำไมพ่อกับแม่ที่อยู่ ข้างห้องไม่ได้ยินคิดได้สักพักจมูกก็ดันมาได้กลิ่นเหมือนน้ำมันมะพร้าวที่ใส่ผม กลิ่นนั้นมันแรงขึ้นเรื่อย  ๆ จนรู้สึกถึงว่ามีร่างใครคนหนึ่ง พร้อมกับกลิ่นฉี่ที่ผสมผสานกลิ่นน้ำมันมะพร้าว เข้ามาประชิดตัว ข้าพเจ้านอนแข็งทื่อ ไม่กล้ากระดิกตัวแม้แต่นิด ขณะนั้นรวบรวมสติ ท่องสวดมนต์ ก็เห็นร่างของชายแก่คนหนึ่ง เดินเข้ามาโดยลากขาเหมือนคนไม่สมประกอบ 

ข้าพเจ้าตั้งนะโม แล้วสวดบทชินบัญชร จำได้ว่าจำได้ทุกอักขระทุกตัวอักษร แต่ที่มีปัญหาคือใจที่ยังสั่น พอข้าพเจ้าเริ่มสวด ชายแก่นั่นก็หยุดนิ่ง แต่ยังได้ยินเสียงลมหายใจที่แรงมาก ซึ่งมาพร้อมกับกลิ่นฉี่ที่เหม็นอับ และกลิ่นผ้าที่มีกลิ่นเหม็นเหมือนไม่ได้ซักมานานมากพอข้าพเจ้าหยุดสวด ชายแก่นั่นก็ขยับเดินเข้ามาอีก พอข้าพเจ้าสวดต่อ ชายแก่นั่นก็หยุดอยู่ที่เดิม ข้าพเจ้าจึงรวบรวมสติสวดต่อไป คราวนี้ได้ยินเสียงชายแก่นั่นบ่นพึมพัมด้วยเสียงทุ้ม ๆ แต่ฟังไม่รู้เรื่อง เหมือนบ่นผสมด่าไปซักครู่ แล้วเอื้อมมือมาหาที่ตัวข้าพเจ้า จึงรวบรวมสติที่มีอยู่ร้องตะโกนเรียก พ่อและแม่อย่างสุดขีด   

พอสิ้นเสียงข้าพเจ้า แสงไฟในบ้านสว่างไปหมด แม่วิ่งมาหาพร้อมเคาะประตู ข้าพเจ้าจึงวิ่งเปิดประตูห้องนอน โผล่เข้ากอดแม่ด้วยความกลัว แล้วก็เล่าสิ่งที่ข้าพเจ้าเจอให้ฟัง แต่ท่านทั้งสองเหมือนไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร คิดว่าข้าพเจ้าคงฝันร้ายมากกว่า หลังจากนั้นไม่นานน้องสาวมานอนที่บ้าน ซึ่งข้าพเจ้าเดินทางกลับแม่สายแล้ว. ก็เล่าเรื่องที่เจอมาให้ฟัง เหมือนกันกับที่ข้าพเจ้าเจอ    แม่จึงหาที่พึ่งทางใจเพื่อให้รู้ว่าทำไม จึงเจอแต่เรื่องมากมายขนาดนี้ ก็ไม่พ้นหาอาจารย์ที่ท่านดูสิ่งของที่แม่นำไปด้วยคือแหนบนั่นเอง อาจารย์ทักว่า เป็นวิญญาณเจ้าของที่อยู่มานานแล้ว เค้าหวงบ้าน ที่อยู่และแหนบโบราณที่เจอก็เป็นของเก่าที่เค้าหวง มาเอาทวงคืน และบอกว่าหากยังไม่ย้ายไป

คนในบ้านอาจจะไม่ปลอดภัย เพราะอาจจะเอาชีวิตกันเลย หลังจากนั้นแม่ก็เล่าให้พ่อฟัง แต่พ่อไม่เชื่ออะไรง่ายๆ คิดว่าไม่ใช่เรื่องร้ายอะไรนัก จึงไม่มีใครกล้าพูดต่อต้าน พออีกเดือนผ่านไปไม่นาน พ่อก็เจออุบัติเหตรถชน ทำให้ตาของพ่อบอด เนื่องจากแรงปะทะของรถมาเร็ว และถนนเปียกฝน ชนกันจนทำให้เศษกระจกรถกระเด็นเข้าตาบาดกระจกตาของพ่อ ทำให้การมองเห็นไม่เหมือนเดิมอีก  

สุดท้ายเราตัดสินใจไปซื้อที่ใหม่ ขายหลังนี้ไปเพื่อเอาเงิน สร้างบ้าน เมื่อย้ายไปไม่นาน ก็ได้ยินคนที่รู้จักเล่าให้ฟังว่า บ้านหลังนี้มี่หลายรายที่อยู่ล้วนแต่เจอเรื่องร้ายๆตลอด เจ้าของเก่าที่ขายให้เราเค้าคงเจอดีเข้าให้ จึงปิดปากเงียบ ไม่บอกอะไรกับเราเลย ถึงว่าทำไมขายบ้านในราคาที่ถูกๆให้ แล้วนี่ใครจะเป็นต่อไปนะเนี่ย