เรื่องหลอนในวัยเด็ก

เรื่องหลอน

วันนี้ The-shock มีเรื่องหลอนจากประสบการณ์จริงสุดหลอนของคุณอายมาเล่า ซึ่งเป็นเรื่องราวในวัยเด็กของเขา เรื่องราวนี้จะน่ากลัวมากขนาดไหนเชิญทุกคนอ่านกันเลย

เรื่องหลอนในวัยเด็ก

เมื่อ 15 ปีที่แล้วอายและครอบครัวได้ไปอยู่ที่บ้านพักข้าราชการที่พ่อของอายนั้นทำงานอยู่ อายเองก็ไม่แน่ใจว่าพื้นที่ใกล้เคียงตรงนั้นเป็นฝายกั้นน้ำหรือเขื่อน ซึ่งในปัจจุบันนี้พื้นที่ตรงนั้นก็ยังอยู่ พ่อของอายนั้นทำงานเป็นวิศวกรช่างโยธาใหญ่ พอตกเย็นทีไรก็มักจะมีลูกน้องมาหาที่บ้านอยู่บ่อยครั้ง และก็ทำให้พ่อของอายนั้นไม่ว่างอยู่บ่อย ๆ และได้ให้ลูกน้องคนสนิทอย่างพี่เชิดมารับอายและพี่ชายที่โรงเรียนอยู่บ่อย ๆ ซึ่งพี่เชิดก็ยังไม่แก่มากเท่าไหร่ และก็ยังใจดีกับอายและพี่ชายอยู่เสมอ

จนกระทั่งวันหนึ่งอายและพี่ชายเลิกเรียนแล้ว แต่ก็ยังไม่มีใครมารับกลับบ้านสักที แต่มีคุณครูที่โรงเรียนคนหนึ่งอยู่เป็นเพื่อนอายกับพี่ชาย และคุณครูก็ได้พยายามติดต่อกับพ่อของอายให้มารับแล้ว แต่ก็ไม่มีใครรับสาย เวลาต่อมาคุณครูเองก็มีธุระที่ต้องรีบกลับจึงได้กลับบ้านไป อายกับพี่ชายก็ต้องอยู่ด้วยกันสามคน แต่ก็ยังมี รปภ.ที่โรงเรียนอยู่ดูแลทั้งสองคนอยู่ จนกระทั่งถึงเวลาสองทุ่มกว่า ๆ อายและพี่ชายก็ยังรอให้พ่อมารับอยู่ ซึ่งในสมัยนั้นอายกับพี่ชายไม่ได้มีมือถือจึงทำได้แค่รออย่างเดียว จนถึงเวลาสามทุ่มพ่อของอายก็ขับรถเข้ามารับในโรงเรียน ซึ่งอายและพี่ ๆ ก็ดีใจเป็นอย่างมาก พ่อของอายนั้นก็มารับและก็ขอโทษที่มารับช้า แต่ลูก ๆ เขาทั้งสามคนก็ไม่ได้มีอาการหงุดหงิดอะไร เพราะพ่อมักจะไม่ว่างอยู่บ่อย ๆ แต่เพียงแค่สงสัยว่าทำไมไม่ให้พี่เชิดนั้นมารับแทน อั้มซึ่งเป็นพี่ชายของอายบอกกับพ่อว่าทุกคนหิวแล้ว และก็ถามหาพี่เชิด และพ่อของเขาก็บอกว่าพี่เชิดนั้นมีปัญหาส่วนตัว และเดี๋ยวเขาจะพาไปกินข้าวก่อนที่จะกลับบ้าน

หลังจากที่กินข้าวเสร็จแล้วนั้น พวกเขาก็กำลังจะกลับบ้าน ในระหว่างที่เดินไปที่รถนั้นอายก็รู้สึกว่าตัวเองตาฝาดเห็นพี่เชิดนั่งอยู่ในรถ อายจึงพูดกับพ่อว่าเห็นพี่เชิด แต่พ่อก็บอกว่าอายนั้นคิดไปเอง หลังจากนั้นพ่อของอายก็บอกอั้มที่เป็นพี่ชายให้พาน้องขึ้นรถไปก่อน เดี๋ยวเขาจะตามไปทีหลัง พร้อมกับยื่นกุญแจให้อั้ม และทุกคนก็รอพ่อของเขาคุยโทรศัพท์นานพอสมควรกว่าจะกลับมา  “พรุ่งนี้มีอะไรพิเศษไหมครับพ่อ?” อ้นพี่ชายของอายคนที่สองเอ่ยปากถามพ่อ พ่อของเขาก็พยักหน้า และบอกกับลูก ๆ ว่าพรุ่งนี้งดเรียนพิเศษ พวกเราทุกคนมีความจำเป็นที่จะต้องเดินทางไปทำธุระพร้อมกัน หลังจากกลับถึงบ้านแล้วทุกคนต่างก็รีบแยกย้ายกันไปอาบน้ำและเตรียมตัวเข้านอน ซึ่งในบ้านนั้นมีห้องน้ำอยู่ 2 ห้อง อายนั้นพักอยู่ในห้องคนเดียว ส่วนอั้มและอ้นนั้นพักอยู่ที่ห้องเดียวกัน ก่อนที่อายจะอาบน้ำนั้นเขาก็ได้ยินเสียงอ้นคุยกับใครสักคน เขาจึงพยายามตั้งใจฟัง อายเห็นอ้นพูดคนเดียวว่า “แล้วพี่เจ็บคอนานหรือยังครับ” แล้วอั้มก็เดินมาข้างหลังอายและถามอายว่ากำลังทำอะไรอยู่ เมื่ออ้นเห็นอั้มกับอายแล้วจึงพูดว่า “อ้าว! พี่อั้ม…อาย มานี่สิ พี่เชิดมาหา” พออั้มกับอายเดินไปดูที่ห้องนั่งเล่นก็ไม่เห็นมีใคร อั้มจึงพูดกับอ้นว่า “เหลวไหลน่ะอ้น ดึกป่านนี้พี่เชิดเขาจะมาทำไม” แล้วอั้มก็บอกให้อายนั้นรีบขึ้นไปอาบน้ำ อายก็ขึ้นไปอาบน้ำด้วยความรู้สึกสงสัยที่อ้นพูด แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก พออายขึ้นไปที่ชั้นสองแล้วเขาก็ได้เห็นน้าเชิดอยู่ที่หน้าบันได จากนั้นอายก็ถามพี่เชิดว่า “มาหาพ่อเหรอคะพี่เชิด พ่อไม่ได้อยู่ข้างล่างเหรอคะ?” พี่เชิดเองก็ไม่ได้ตอบอะไร ได้แต่ไอแล้วก็พยักหน้า ต่อมาอายก็ได้ทำของหล่นเสียงดัง พอก้มไปเก็บของขึ้นมาก็ไม่เห็นพี่เชิดแล้ว พ่อของอายจึงขึ้นมาดูแล้วถามว่า “ยังไม่นอนอีกเหรอ” อายก็บอกกับพ่อว่าพี่เชิดมาหา พ่อจึงพูดกับอายว่า “ดึกป่านนี้แล้ว จะมีใครมา! รีบไปนอนซะ” อายจึงรีบไปอาบน้ำ และหลังจากนั้นอายก็นอนหลับไปแบบไม่รู้เรื่องอะไร

พอตื่นเช้ามาอ้นก็มาปลุกอายที่ห้องแล้วถามว่า “อาย…พ่อกับพี่อั้มไปไหน?” อายจึงตอบว่าไม่รู้เหมือนกันและก็ได้หงุดหงิดกับพี่ชายตัวเองเล็กน้อย เพราะเขาเพิ่งตื่นจะไปรู้ได้ยังไง อ้นจึงบอกให้รีบไปอาบน้ำเดี๋ยวเขาจะทอดไข่ดาวให้กิน พออายอาบน้ำเสร็จก็ลงมาข้างล่างและได้เห็นไข่ดาวที่เกือบจะไหม้อยู่ในจาน แต่เขาก็คิดในใจว่าดีกว่าไม่มีอะไรรองท้องเลย เพราะพ่อไม่อยู่พวกเขาจึงต้องทำกินเอง อ้นนั้นถือว่าเป็นพี่ชายที่ดีเพราะเขาทำหน้าที่พี่ชายในการดูแลน้องสาวได้ ถึงแม้ว่าจะมีอายุไล่เลี่ยกันกับอายแต่เขาก็มีความคิดที่เป็นผู้ใหญ่กว่า

พอถึงเวลาเที่ยงพ่อของอายก็ได้กลับมา และบอกให้อ้นกับอายนั้นไปเปลี่ยนชุดดำ เขาจะพาไปงานศพ และอายก็ถามหาพี่อั้ม พ่อจึงบอกว่าเดี๋ยวค่อยคุยกัน ตอนนี้ให้รีบไปเปลี่ยนชุดก่อน อายกับอ้นจึงรีบขึ้นไปเปลี่ยนชุดแล้วก็ขึ้นรถไปวัดกับพ่อ ซึ่งเป็นวัดในละแวกหมู่บ้านที่เขาอยู่ แต่ก็ห่างกันอยู่พอสมควรพอไปถึงที่วัดทุกคนก็ลงจากรถพร้อมกัน อายมาถึงวัดแล้วก็ต้องตกใจไปอีก เพราะรูปที่ตั้งอยู่หน้าศพนั้นเป็นรูปของพี่เชิด พ่อของอายจึงบอกให้ไปกราบศพของพี่เชิด หลังจากนั้นอายและอ้นก็เริ่มมีน้ำตาไหลออกมา และพ่อก็บอกว่าพี่เชิดนั้นเสียตั้งแต่เมื่อวานแล้ว อายจึงสับสนกับสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะเมื่อวานเขายังเจอพี่เชิดไปหาที่บ้านอยู่เลย ซึ่งพ่อก็เล่าต่ออีกว่าเมื่อวานเขาได้ให้พี่เชิดไปรับอายและพี่ ๆ ที่โรงเรียนเหมือนเช่นเคย แต่ยังไม่ได้ไปรับพี่เชิดก็เกิดอุบัติเหตุซะก่อน ซึ่งเกิดอุบัติเหตุในขณะที่เขากำลังก่อสร้างและทำให้เขาคอขาด อายกับอ้นนั้นได้เห็นพี่เชิดในลักษณะที่เป็นยังเป็นคนปกติอยู่ แต่อั้มที่เป็นคนอยู่หน้าทีวีคนเดียวเมื่อคืนหลังจากที่อายกับอ้นนั้นนอนหลับไปแล้วได้เจอพี่เชิดตอนที่เขากำลังขึ้นบันได และพออั้มได้ยินเสียงไอก็ได้หยุดเดินและมองหาเสียงนั้น เขาก็ได้เห็นพี่เชิดที่เงยหน้าขึ้นมา อั้มเห็นรอยแผลที่แดงอย่างชัดเจนตรงคอของพี่เชิด แล้วพี่เชิดก็ได้บอกกับอั้มว่าเขาเป็นห่วงทุกคน แต่พอได้เห็นทุกคนเขาก็หมดห่วงแล้ว หลังจากที่พูดเสร็จแล้วนั้นหัวของเขาก็หลุดลงจากบ่าแล้วตกกลิ้งจากบันไดลงมาที่เท้าของอั้ม อั้มเองก็ตกใจร้องโวยวายและก็วิ่งหนีลงมาทำให้ตกบันไดขาหัก จนพ่อเข้ามาดูแล้วก็พาไปส่งที่โรงพยาบาล แต่พ่อไม่ได้บอกกับอายและอ้นเพราะเห็นว่ากำลังหลับอยู่ทำให้พี่เชิดนั้นทำงานพลาดและได้เสียชีวิต แต่ทุกคนก็พยายามบอกพ่อว่าอย่าคิดมาก และมันก็ไม่ใช่ความผิดของพ่อเลย แต่พ่อของอายนั้นก็อดรู้สึกผิดไม่ได้ จึงตัดสินใจบวชเพื่อแผ่บุญกุศลให้กับพี่เชิด และพ่อก็บอกกับอายและพี่ ๆ ว่าที่พี่เชิดมาหาเมื่อคืนนั้นเป็นเพราะจิตสุดท้ายที่เขานึกถึงนั้นคือต้องไปรับทั้งสามคนกลับบ้าน แต่พอไม่ได้ไปรับทำให้เขานั้นเป็นห่วง จึงได้ไปหาและปรากฏตัวให้เห็นนั่นเอง