เรื่องหลอนประสบการณ์ตรงจากการพักบ้านเพื่อน

เรื่องหลอน และระทึกที่ผมได้พบเมื่อเดินทางเข้ากรุงเทพมาพักบ้านเพื่อนแถว ๆ บางนา เรื่องราวจะน่ากลัวแค่ไหนไปติดตามอ่านกันได้เลย

เรื่องหลอนประสบการณ์ตรงจากการพักบ้านเพื่อน

เรื่องหลอนเรื่องนี้เพิ่งเกิดมาได้ไม่นาน โดยผมจะต้องเดินทางเข้ามาที่กรุงเทพฯ เพื่อที่จะพักอาศัยอยู่ที่บ้านเพื่อน พอผมขับมาได้สักพักเพื่อนของผมก็โทรมาถามว่าไหน ๆ ก็เข้ามากรุงเทพแล้ว ไปเฝ้าบ้านให้หน่อย สักอาทิตย์นึง เพราะดอนจะไปเยี่ยมแม่แฟนต่างจังหวัด แม่แฟนป่วยหนัก ผมก็เลยรับปาก โอเคร..จะไปนอนเฝ้าให้ ดอนจึงได้บอกรายละเอียดของบ้านมาว่า..บ้านเลขที่นี้นะ หลังสีนี้นะ และลูกกุญแจฝากร้านค้าข้างบ้านไว้ ไปถึงให้ไปเอากุญแจ ที่ป้าร้านค้า แล้วเข้าไปในบ้านได้เลย

เรื่องหลอน

 ผมก็แปลกใจนะว่า มันจะรีบไปอะไรขนาดนั้น หรือแม่แฟนเขาคงไม่ไหวแล้ว ก็เลยไม่คิดอะไร วันรุ่งขึ้นก็เดินทางไปบ้านเพื่อน เมื่อได้ลูกกุญแจแล้ว ก็เข้าบ้านเพื่อนไป บ้านเพื่อนเป็นบ้าน 2 ชั้น ผมก็เอากระเป๋าเข้าเก็บในห้องนอนชั้นล่าง อาบน้ำเสร็จ เข้าครัวเพื่อจะทำอะไรกินเสียหน่อย ขณะที่กำลังทำกับข้าว อยู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงใครมากดกริ่งหน้าบ้าน กริ๊ง ๆ ๆ ๆ ก็เลยเดินไปดู พบว่ามียายคนนึงเดินมา แล้วบอกว่า จะเอาข้าวมาให้แมว แกอยู่ท้ายสวน แต่รู้จักกับคนบ้านนี้ เห็นว่าเจ้าของบ้านไม่อยู่ เลยจะเอาข้าวมาให้แมว ตัวผมเองก็นึกในใจว่าดึกขนาดนี้ยังห่วงแมวอีก แต่คิดอีกที..เพื่อนคงฝากยายแกเลี้ยงแมว ช่วงที่เขาไม่อยู่ ขอมเดินไปเปิดประตูให้ แล้วก็เดินกลับเข้าไปในครัว สักพักใหญ่ เสียงโทรศัพท์ก็มีสายเข้า ดอนเขาโทรเข้ามา บอกให้ไปชั้นบน ไปดูหน้าต่างชั้นบนให้หน่อย เพื่อลืมปิดเดี๋ยวฝนตก แล้วฝนจะสาดเข้ามาในบ้าน พอได้ยินที่เพื่อนบอกก็เดินขึ้นไปชั้นบน ขณะที่เดินขึ้นชั้น2ก็ได้ยินเสียงแมวกัดกันดังมาทางหน้าบ้าน แต่เสียงแมวมันดังหลายตัวมาก แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจมาก รีบเดินไปชั้นบน ดูหน้าต่างประตู ก็เห็นว่าปิดสนิทดี แล้วก็เลยแหวกม่านหน้าต่างเพื่อจะมองผ่านกระจก ไปที่หน้าบ้านสักนิดเพื่อจะดูว่าแมว ทำไมมันกัดกันหลายตัวจัง

พอผมแหวกม่านเท่านั้นแหละ !!! ผมก็ถึงกับสตั้นยืนตัวแข็งเพราะสิ่งที่เห็น ไม่ใช่แมวแค่สองสามตัว แต่เป็นฝูงแมวเป็นร้อยตัว แววตาแวววาว น่ากลัว มันไล่กัดกันดังลั่นไปหมด และมียายคนที่เข้ามาให้ข้าว ยืนอยู่ท่ามกลางฝูงแมว และยืนมองมาที่ผม และสิ่งที่น่ากลัวสุด ๆ คือ ในมือแกกำลังฉีกแมวกินอย่างสยดสยอง จนทำอะไรไม่ถูก เอาตรงคับกลัวมากๆ จะวิ่งลงมาชั้นล่างก็กลัวยายคนนั้น

แล้วก็ต้องสะดุ้งสุดตัวขณะที่ยืนช็อคอยู่นั้น เสียงโทรศัพท์เพื่อนก็โทรเข้ามาผมรีบรับสาย นั่นเป็นเสียงของดอน ผมกำลังจะอธิบายว่า มีอะไรเกิดขึ้นตอนนี้ แต่ดอนชิงพูดก่อนว่า เฮ้ยเพื่อน เอาคนแก่ที่ไหนมาบ้านเราวะ เราเห็นทางกล้องวงจรปิด ตอนนี้ป้ากับลุงกำลังเดินขึ้นไปหาแกเท่านั้น ผมรีบเอาสร้อยพระออกมาจากคอ กำไว้แน่น แล้วท่องนะโมถูกๆผิดๆ แล้วหลับหูหลับตาวิ่งลงมา คิดว่าจะชนอะไร ก็ให้มันชนไป ขอมกระโดดรวดเดียว ลงถึงบันไดขั้นสุดท้ายของชั้นล่าง เปิดประตูวิ่งฝ่าฝูงแมวออกไป พอจะวิ่งออกประตูรั้วใหญ่ ก็ชนเข้ากับใครคนนึง เฮ้ย! มึงเป็นไรวะ เมื่อลืมตาขึ้นก็เห็นเป็นเพื่อนที่ชื่อไอ้มืด เออกูเอง..ไอ้ดอนโทรให้กูมาอยู่เป็นเพื่อนมึง กลัวว่ามึงจะกลัว

โห….ตอนนั้น อย่างกับพระมาโปรด นี่กูมากับไอ้ช่วยด้วยอีกคน เออค่อยยังชั่วที่เจอมึงไอ้มืดไอ้ช่วย แต่พอหันกลับเข้าไปในบ้าน ทุกอย่างก็เงียบสงบ เหมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น ไม่มีแม้แต่แมวสักตัว พอตั้งสติได้ก็พากันเดินเข้าบ้าน พอล้างหน้าล้างตา นั่งกินข้าวกัน ไอ้มืดถาม มึงวิ่งหนีอะไรของมึงวะผมจึงตอบว่า ไม่มีอะไร แล้วก็ชวนกันเข้านอน….

แล้วหลับไปตอนไหนไม่รุ้ มาสะดุ้งตื่นอีกที เพราะเสียงโทรศัพท์โทรมา ปลายสายเป็นเสียงดอน ผมดูนาฬิกาที่ข้อมือ ประมาณตีห้าแล้ว ว่าไงวะไอ้ดอน..ผมจึงถามดอนไปว่า เมื่อคืนมึงโทรมาหรอกกูว่าเห็นป้าลุงที่ไหนวะ แต่ดอนกลับตอบว่า เฮ้ย ๆ กูไม่เคยโทรเลย ผมบอก..มึงอย่ามาโกหกกูเลย มึงยังบอกว่าเห็นป้าลุงในกล้องวงจรปิดอยู่เลย ดอนก็ยืนยัน..กูไม่ได้โทร..กูไม่มีเวลาโทรไปหามึงหรอก..ขนาดตอนนี้ กูยังไปไม่ถึงบ้านแม่แฟนกูเลย กูต้องไปแวะบ้านไอ้มืดมันก่อน คนที่บ้านมันโทรบอกกูว่า..ไอ้มืดกับไอ้ช่วย ถูกรถชนตายคาที่เลยเมื่อวาน นี่เขากำลังเอาศพไปที่วัด