เรื่องสยองขวัญ : สื่อสารกับวิญญาณ

  • by
เรื่องสยองขวัญ

สวัสดีผู้อ่านทุกท่านที่ชื่นชอบเรื่องผี เรื่องสยองขวัญ ความน่ากลัวของเรื่องลี้ลับและเรื่องสยองขวัญทุกท่าน วันนี้ The Shock จะนำเรื่องราวสุดน่ากลัวของคุณด้าที่ได้พบกับเรื่องสยองขวัญขณะที่เป็นนักร้องร้านอาหารแห่งหนึ่ง เรื่องราวจะน่ากลัว สยดสยองแค่ไหน ไปอ่านกันได้เลย

เรื่องสยองขวัญ : สื่อสารกับวิญญาณ

คุณดาด้าเล่าว่า.. เมื่อปี 2553 เราหนีออกจากบ้านมา และได้ไปสมัครงานเป็นนักร้องของร้านอาหารแห่งหนึ่งในจังหวัดนนทบุรี เราได้มีโอกาสรู้จักกับเพื่อนๆ พี่ๆ หลายคนที่นั่น และหนึ่งในนั้นก็คือ แนน (นามสมมติ) แนนเป็นพนักงานเสิร์ฟ เราก็สนิทกันมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะเจอกันทุกวันเป็นเวลาหลายเดือน.. เย็นวันหนึ่ง เราก็มาทำงานตามปกติ แต่ที่ไม่ปกติคือ มีพี่พนักงานเสิร์ฟคนหนึ่งกำลังยืนจุดธูปอยู่หน้าร้าน เราเลยเดินเข้าไป พี่เค้าเห็นเราก็ทักถามด้วยความตื่นเต้นตกใจว่า ‘ด้า แนนมันตายแล้วรู้มั้ย?’ เรารีบถามกลับไปด้วยความตกใจ ‘อ้าว! แนนเป็นไรตายหรอพี่?’ พี่เค้าก็ตอบว่า ‘เมื่อวานแนนมันทะเลาะกับแฟน มันน้อยใจ เลยยิงตัวตายประชด ด้าไม่ได้ดูข่าวเหรอ?’ เราได้ยินอย่างนั้นรู้สึกใจมันวูบไปเลย..

จากนั้นพอทุกคนทราบข่าวก็โศกเศร้ากัน เพราะแนนเป็นคนนิสัยดี น่ารัก ไม่น่าจะมาจบชีวิตด้วยอายุเพียงแค่ 19 เท่านั้นเอง.. เย็นวันต่อมาเรามาทำงาน ก็เจอกับพี่พลอย พี่พลอยก็ตะโกนเรียก ‘ด้า พี่ซื้อของมาไหว้แนนมัน มาไหว้ด้วยกันไหม? มีของดองด้วยล่ะ เพราะแนนมันท้องได้ 3 เดือนแล้วด้วย เผื่อมันจะอยากกิน..’ ซึ่งตอนนั้นเราก็เพิ่งรู้ว่าแนนท้องอยู่ด้วย จากนั้นเรากับพี่พลอยก็จุดธูปคนละดอก และพูดไปประมาณว่า ‘แนน เราซื้อของมาให้นะ มากินซะ..’ จากนั้นก็ไปทำงานตามปกติจนเลิกงาน พอดีวันนั้นเหลือเรากับพี่พลอยออกมาคนสุดท้าย ก็พากันกลับบ้าน พอแยกกันไปได้สักพัก พี่พลอยก็โทรเข้ามาหา บอกว่าลืมกระเป๋าสตางค์ไว้ที่ร้าน ซึ่งตอนนั้นเวลาประมาณตี 3 ครึ่ง ได้แล้ว พี่พลอยเลยชวนเรากลับไปที่ร้านเป็นเพื่อนหน่อย เราก็ไม่ติดอะไรตกลง บอกแท็กซี่ย้อนกลับไปที่ร้าน พอกลับไปถึงที่ร้าน ซึ่งบรรยากาศตอนนั้นมืดสนิท น่ากลัวมาก ทั้งๆ ที่ก็เป็นร้านที่มาทำงานอยู่ทุกวัน.. พี่พลอยไขประตูเข้าไปข้างใน เราก็ตามเข้าไป ตอนนั้นรู้สึกเลยว่า แค่ปลายเท้าเหยียบพื้น ความรู้สึกกลัวมันวิ่งเข้ามาในสมองทันที ขนลุกวาบ นึกแต่ภาพแนนที่ยืนอยู่ตรงนั้น ตรงนี้ เรากลัวจนได้ยินเสียงหัวใจตัวเองเต้น ‘ตุบๆๆ’ ..แล้วพี่พลอยก็กลับออกมาพร้อมกับกระเป๋า เราก็รีบออกมาจากร้านทันที คืนนั้นพี่พลอยก็ชวนเราไปนอนด้วย เราตอบตกลงทันที เพราะเห็นว่าดึกแล้ว และอีกอย่างอารมณ์ตอนนั้นก็ไม่อยากนอนคนเดียวเหมือนกัน เพราะเป็นคืนที่ 3 ที่แนนเสียด้วย..

พอถึงบ้านพี่พลอย เราก็อาบน้ำเข้านอนกันทันที.. หลับไปยาวจนถึงประมาณ 11โมงเช้า เราก็รู้สึกตัวตื่นขึ้นมา หันไปก็เห็นพี่พลอยนอนจ้องหน้าเราอยู่ แล้วก็จับแขนเราบอกว่า ‘ด้า พี่ฝันร้ายว่ะ..’ ด้วยความที่เพิ่งตื่นนอน แล้วยังรู้สึกง่วงๆ อยู่ เราเลยบอกพี่เค้าไปว่า ‘นอนเถอะพี่ ไม่มีอะไรหรอก’ แล้วเราก็นอนต่อ จนถึงประมาณบ่าย 2 โมง เรารู้สึกตัวอีกที มันรู้สึกเหมือนมีใครจ้องมองอยู่ตลอดเวลา พอเราลืมตาขึ้นมา ก็เจอพี่พลอยนอนจ้องหน้าเราอยู่อย่างเดิม แต่คราวนี้มันไม่เหมือนเดิมตรงที่ ใบหน้าแววตาของพี่พลอย มันเป็นของแนน! เราตกใจมาก ลุกขึ้นมานั่งมองให้เต็มตา ซึ่งก็ชัดเจน เป็นหน้าของแนนจริงๆ และพี่พลอยก็ลุกขึ้นมานั่งเหมือนกัน! จากนั้นพี่พลอยก็เอื้อมมือมาจับที่แขนเรา เหมือนจะร้องไห้ และเหมือนจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ที่จับใบหน้าได้คือ เหมือนจะระบายอะไรบางอย่าง พร้อมกับเปล่งเสียงร้องแหบๆ ‘หื้อๆๆ’ ตอนนั้นคือเรากลัวมากๆๆๆๆ

สักพักหนึ่งเราตั้งสติได้ ก็ร้องเรียก ‘พี่พลอยๆๆๆ เป็นอะไร?’ จนใบหน้าของแนนก็ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นใบหน้าของพี่พลอยเหมือนเดิม.. พอพี่พลอยพอแกลืมตามา คำแรกที่พูดออกมาคือ ‘ปลุกพี่ทำไม? มีอะไร ร้องไห้ทำไม?’ ตอนนั้นเรากลัวจนน้ำตาไหลเลย เรารีบเล่าให้พี่พลอยฟัง พี่พลอยก็ตกใจมาก พี่พลอยบอกว่า ‘เมื่อกี้พี่ก็ฝันว่าจ้องหน้าแนนอยู่เหมือนกัน’ เรา 2 คนนั่งปลอบกันอยู่สักพักจนรู้สึกดีขึ้น เราก็จะเดินไปเข้าห้องน้ำ พอลุกออกจากเตียงเท่านั้นล่ะ พี่พลอยก็ตัวสั่นตาเหลือกขึ้นมา จนเราต้องวิ่งกลับมาเรียกอีกครั้ง พร้อมกับไปหยิบพระ และอธิษฐานให้ท่านคุ้มครอง แล้วเอาไปใส่ไว้ในมือของพี่พลอย จนค่อยๆ ดีขึ้น ในขณะที่พี่พลอยดีขึ้น เรากลับขนลุกอยู่ตลอดเวลา ตั้งแต่หัวจนถึงปลายเท้าเลย ความรู้สึกมันช่างน่ากลัวมากๆ พี่พลอยบอกว่า ‘ด้า ไปวัดกันเถอะ พี่ไม่ไหวแล้ว..’ ระหว่างทางไปวัด เรายังขนลุกตลอดเวลาไม่หายเลย จนไปถึงวัด ก็ไปซื้อสังฆทานไปที่กุฏิหลวงพ่อ ท่านเจอเราท่านรีบรดน้ำมนต์ให้ก่อน พร้อมกับพาท่องคาถาอุทิศส่วนกุศลให้แนน.. พอได้คุยกับหลวงพ่อ ท่านบอกว่า ‘การมาของแนนนั้น คงจะเป็นผลจากการที่เรา 2 คนเอาของไปเซ่น เหมือนเป็นการเรียกเขามา อีกอย่างเขาคงอยากให้เราทำบุญไปให้ และคงมีอีกหลายๆ เรื่อง ที่เขายังไม่ได้ทำ และอยากจะสื่อสารอะไรกับเรา ซึ่งเราไม่สามารถเข้าใจได้..’ หลังจากนั้นมา เรากับพี่พลอยก็ทำบุญให้ไปแนนไม่ขาดเลย