เรื่องผี ประสบการณ์หลอนอันดับ 1 เรื่องเล่าจากการไปธุดงค์ในดงผี (The Ghost story)

เล่าเรื่องผี

หากคุณเป็นคนที่ชอบเรื่องเกี่ยว ผี ไม่ว่าจะเป็น พนัน ผีทะเล ผีบ้าน และชอบ ฟังเรื่องผี หรือชอบ เล่าเรื่องผี  ไม่ว่าจะเป็นจากรายการของ พี่ป๋อง TheShock หรือ พี่แจ็ค The Ghost Radio วันนี้ทาง the-shock.com จะมาเล่า เรื่องผี ที่รับรองได้ว่า พี่ป๋อง Theshock จะต้องขนลุกให้กับเรื่องราวต่อไปนี้ หรือ พี่แจ็ค The Ghost Radio ที่จะต้องอ้าปากค้าง กับความสยองขวัญของ เรื่องผี เรื่องนี้ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่ป่าแห่งหนึ่ง ในจังหวัดหนองคาย เมื่อประมาณยี่สิบห้าปีที่ผ่านมา ในตอนนั้นคุณเอกได้โทรมาเล่า เรื่องผี เรื่องนี้ ที่ในขณะนั้นคุณเอกได้ติดตามหลวงลุงเข้าไปในป่าแห่งหนึ่ง เพราะพื้นฐานทางครอบครัวของคุณเอกค่อนข้างยากจน เมื่อจบ ป.หก คุณพ่อจึงพาคุณเอกไปฝากวัด เพื่อบวชเรียนเป็นเณร รับใช้หลวงลุงที่เป็นเจ้าอาวาส หลวงลุงท่านก็จะสอนสรรพวิชาต่าง ๆ ให้คุณเอก และจะมีการออกธุดงค์กรรมฐานประจำปี เพื่อปลีกวิเวกจากทางโลก

เรื่องผี
เล่าเรื่องผี ธุดงค์ในดงผี

เรื่องผี สุดหลอน จากการไปธุงค์

                เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่ป่าแห่งหนึ่ง ในจังหวัดหนองคาย เมื่อประมาณยี่สิบห้าปีที่ผ่านมา ในตอนนั้นคุณเอกได้โทรมาเล่า เรื่องผี ขณะที่ได้อาศัยอยู่ในจังหวัดหนองคาย โดยพื้นฐานครอบครัวของคุณเอกค่อนข้างยากจน เมื่อจบ ป.หก คุณพ่อจึงพาคุณเอกไปฝากวัด เพื่อบวชเรียนเป็นเณร รับใช้หลวงลุงที่เป็นเจ้าอาวาส หลวงลุงท่านก็จะสอนสรรพวิชาต่าง ๆ ให้คุณเอก และจะมีการออกธุดงค์กรรมฐานประจำปี เพื่อปลีกวิเวกจากทางโลก ตอนนั้นคุณเอกเพิ่งจะอายุแค่สิบหกปี และไม่ได้มีความคิดเกี่ยวกับ เรื่องผี แต่อย่างใด จึงได้ออกเดินธุดงค์ไปกับหลวงลุง และพระอีกสามรูป หลวงลุงท่านจะเดินขึ้นไปทางเหนือ พระอีกสามรูปรวมทั้งคุณเอกก็เดินตามหลวงลุงไปเรื่อย ๆ ผ่านป่าทึบป่าโปร่งมากมาย จนเข้าสู่ป่าแห่งหนึ่ง เลยแถบอีสานเหนือขึ้นไปไม่ไกล ลักษณะเป็นป่าดิบ ต้นไม้ในป่าแห่งนี้ส่วนมากจะมีลำต้นสูงใหญ่ หลายคนโอบ ขึ้นเบียดเสียดบดบังแสงจากพระอาทิตย์จนดูมืดครึ้ม เวลาประมาณสี่โมงเย็น หลวงลุงท่านบอกให้หยุดแล้วปักกลดกันในบริเวณนี้

คุณเอกจึงออกไปหาฟืนมาก่อกองไฟ ชงน้ำชาถวายพระทั้งสามรูป และก็ไปสรงน้ำทำวัดเย็น เมื่อทำวัดเย็นเสร็จ มีคนหาของป่า เดินตัดผ่านป่าเข้ามากราบหลวงลุงสามครั้งแล้วบอกว่า “นิมนต์ให้ไปอยู่ในหมู่บ้านเถอะ อีกสิบสองกิโล อย่าอยู่ตรงนี้เลย เพราะช่วงนี้หลังจากหกโมงแล้ว ยุงก็ไม่กล้าผ่าน ในตอนนั้นคุณเอกบอกว่า ไม่ได้กลัวเกี่ยวกับ เรื่องผี แต่อย่างใด “หลวงลุงท่านก็บอกว่า”ไม่เป็นไร เรามาพร้อมพุทธคุณและพระรัตนตรัย เรามาเพื่อปลีกวิเวก เป็นตายยังไงก็จะขออยู่ตรงนี้ เรื่องผี เรื่องสาง เราไม่กลัวหรอก” ชาวบ้านคนนั้นก้มลงกราบ แล้วเดินหายเข้าไปในป่า จนเวลาประมาณหนึ่งทุ่ม เมื่อหมดแสงจากพระอาทิตย์ ความมืดเริ่มกลืนกินป่าแห่งนี้ ทำให้รอบ ๆ ตัวดูพร่ามัว เหมือนมีหมอกบาง ๆ ลอยอ้อยอิ่งอยู่ทั่วบริเวณ อากาศเริ่มเย็นลงจนทำให้ตุ่มหนาวบนแขนของคุณเอกผุดขึ้นเป็นเม็ด ๆ ป่าทั้งป่าเงียบสงัดจนน่าวังเวง จนทำให้คุณเอกเริ่มมีความคิดเกี่ยวกับ เรื่องผี ขึ้นมา คุณเอกจึงเริ่มก่อกองไฟทันที เพื่อให้แสงไฟช่วยขับไล่ความมืดที่ปกคลุมอยู่รอบ ๆ ตัว และเพื่อกันอันตรายจากสัตว์ป่า หลวงปู่ท่านก็ให้พระทั้งสามรูปและคุณเอกนั่งเข้ากรรมฐาน

คุณเอกปักกลดนั่งกรรมฐานอยู่ด้านหลังของหลวงพ่อ จนเวลาผ่านไปประมาณสามชั่วโมง  เหน็บชาเริ่มกัดกินแขนขาของคุณเอกจนต้องขยับตัวเล็กน้อย เพื่อไล่เหน็บชา สักพักใหญ่ๆ ในขณะที่คุณเอกกำลังนั่งหลับตาอยู่ รู้สึกว่ามีลมกระโชกแรงไปทั้งป่าเหมือนพายุเข้า ทำให้กลดโยกไปมาจนเหมือนจะขาดไปทุกที ๆ  เสียงต้นไม้ด้านหลังที่อยู่ห่างออกไปไม่กี่เมตรลั่นเอี๊ยดอ๊าด ปานจะล้มครืนลงมาใส่ ฝุ่นดินใบไม้ปลิวว่อนอยู่รอบๆตัว เหมือนพยายามจะมุดเข้ามาในกลดให้ได้ คุณเอกค่อย ๆ มองไปรอบ ๆ ตัว อย่างตื่นตระหนกค่อย ๆ ผุดขึ้นมาในหัวของคุณเอก แต่คุณเอกก็ต้องรู้สึกตกใจแปลกใจ เพราะต้นไม่ที่อยู่ห่างออกไปรอบ ๆ ตัว กลับนิ่งสนิทไม่ไหวติง ไม่มีแม้แต่เศษใบไม้ที่ปลิวกระจายตามลม เหมือนกับว่าพายุได้โหมกระหน่ำอยู่แค่บริเวณที่ปักกลดกันอยู่ ในระหว่างที่คุณเอกกำลังตื่นกลัวต่อเหตุการณ์ที่พบ และกลัวเรื่องผี เรื่องสาง  หลวงพ่อท่านก็เอ่ยขึ้นว่า “ผู้ที่ไม่ได้รับเชิญ กำลังจะมา ตั้งสติไว้” ถึงแม้ว่าหลวงพ่อท่านจะบอกให้ตั้งสติ แต่เนื่องจากเหตุการณ์รอบ ๆ ตัวมันทำให้คุณเอกผวา จนสติแตกไปก่อนหน้านี้แล้ว เพราะไม่คิดว่าตัวของคุณเองเอกจะมาเจอกับ เรื่องผี เหงื่อของคุณเอกไหลย้อยลงที่ปลายคาง หยดใส่อุ้งมือของคุณเอก ที่กำลังผสานกันอยู่บนหน้าตัก ทั้ง ๆ ที่บรรยากาศในป่าเย็นยะเยือก แต่เหงื่อกาฬกลับผุดออกมาไม่หยุด คุณเอกพยายามรวมรวบสติ สงบใจให้กลับไปเป็นปกติ นั่งจ้องกองไฟที่ถูกลมพัดจนเศษไฟเม็ดเล็กๆสีแดงๆ ฟุ้งกระจายเหมือนกับดอกไม้ไฟ ในขณะนั้นเอง คุณเอกได้ยินเสียงคล้ายกับลูกแตงโมตกกระแทกพื้นดัง “โพละ” คุณเอกซึ่งกำลังอยู่ในอาการผวา สะดุ้งจนตัวสั่น รีบหันไปจ้องที่ต้นเสียง สิ่งที่อยู่เบื้องหน้าคือ คนที่มีแค่ครึ่งลำตัวส่วนบน นั่งแสยะยิ้มอยู่หน้ากองไฟ

เรื่องผี
เรื่องผี ธุดงค์ในดงผี

คุณเอกตกตะลึงกับภาพที่เห็น เกร็งลำตัวโดยอัตโนมัติจนรู้สึกเจ็บที่ท้องน้อย ความกลัวแล่นฉิวไปทั่วร่างกาย สิ่งนั่นค่อยๆหักนิ้วของตัวเอง โยนเข้าไปในกองไฟ หัวเราะ แฮะๆ เหมือนกับคนที่มีความสุขมาก พอหักนิ้วมือซ้ายหมดแล้ว ก็ใช้ปากกัดนิ้วที่มือขวา แล้วยิ้มลงในกองไฟ คุณเอกกลัวจนลมตีขึ้นอก รู้สึกจุกจนแทบหายใจไม่ออก ไม่คิดว่าจะมาพบเจอกับ เรื่องผี คุณเอกหันไปมองหลวงลุงกับพระอีกสามรูปที่นั่งอยู่ข้างๆ แต่ทุกคนกลับนั่งนิ่ง ไม่ได้มีท่าทีตื่นกลัวกับ ผี หรือต่อสิ่งที่อยู่เบื้องหน้าแต่อย่างใด ถึงแม้ว่าตอนนี้ สิ่งนั้นกำลังคลานไปรอบๆกองไฟที่ลุกโชน พูดด้วยเสียงทุ้มๆต่ำ ๆ ว่า “พวกเอ็งจะมาเอาที่ของข้าเหรอ” แต่สิ่งนั่นคลานวนไปมาสามสี่รอบแล้วก็หายไป พร้อมกับลมพายุเริ่มสงบกลับเป็นปกติ คุณเอกหันมองไปรอบตัวด้วยความระแวง เมื่อพบว่าสิ่งนั้นไปแล้วจริงๆ ก็รู้สึกโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก ป่ารอบๆตัวกลับเข้าสู่ภาวะปกติ แต่ก็ต้องสะดุ้งเฮือกอีกครั้งจนเหยียดหลังตรงขึ้นเอง เพราะอยู่ ๆ ก็เกิดเสียงดัง “โครม!!” จากข้างหลัง คุณเอกรีบหันควับไปมอง ปรากฏว่ากิ่งไม้ใหญ่ๆของต้นสะเดา ที่อยู่ด้านหลัง หักตกลงมา เฉียดกลดของหลวงลุงแค่เพียงนิดเดียว คุณเอกทนนั่งคนเดียวไม่ไหว ลนลานเข้าไปกอดหลวงลุงในกลดด้วยตัวที่สั่นงั้นงก หูก็แว่วได้ยินเสียงเหมือนมีคนขย่มอยู่บนต้นไม้ “ครืง ๆ” ตามมาด้วยเสียงหวีดร้องที่ดังไปทั่วป่า “กรี๊ด” เสียงมันเสียดแทงเข้าไปในใจของคุณเอก จนต้องรีบเอามือปิดหู แต่อึดใจต่อมา สิ่งนั้นก็ปรากฏตัวออกมาอีกครั้ง ที่คราวนี้มาครบทั้งตัว นั่งลงที่หน้ากองไฟ แล้วยกมือตัวเองขึ้นมาเคี้ยวเล่น กลิ่นเหม็นเน่ารุนแรงและกลิ่นสาบสาง ลอยอบอวลไปทั่วบริเวณ คุณเอกกอดหลวงลุงแน่น รู้สึกผะอืดผะอม ท้องใส้บิดมวนจนหน้ามืด หลวงลุงท่านลืมตาขึ้นมองอย่างสงบ แล้วเทศนาเรื่องของการยึดติด

คุณเอกรู้สึกว่าเวลามันช่างผ่านไปอย่างเชื่องช้า ร่างนั่นค่อยๆจางลงเรื่อย ๆ จนกลืนหายเข้าไปในอากาศ เวลาล่วงเข้าตีห้า พระทั้งสามรูปก็สวดบทแผ่เมตตาขึ้นพร้อมกันคุณเอกรู้สึกตัวชาๆ เหมือนคนจะเป็นไข้ สอดส่องสายตาไปรอบๆตัวอยู่ตลอดเวลา เพราะยังไม่วางใจในสถานการณ์ เหลือบไปมองท่อนไม้ท่อนใหญ่ ที่มันตกลงมาอยู่ข้างๆกลดของหลวงปู่ ก็ต้องรู้สึกแปลกใจ ลอยหักมันควรจะเป็นลักษณะการปริแตกของไม้ แต่ที่เห็น มันเหมือนกับว่ามีคนเอาเลื่อยฟันปลา มานั่งเลื่อยอยู่บนต้นไม้จนมันแยกออกจากกัน ทำให้คุณเอกรู้สึกระแวงต้นสะเดาที่อยู่ด้านหลัง กลัวว่าคนเลื่อนยังไม่ได้ไปไหน แต่กำลังรอจังหวะในตอนที่ทุกคนเผลอจนเวลาหกโมงเช้า หลังจากที่สรงน้ำเสร็จ มีชาวบ้านเดินมาเป็นกลุ่ม ในมือถือกระสอบกับพลั่วมาคนละอันสองอัน พอมาถึงก็ก้มลงกราบ แล้วบอกว่า “มีพระธุดงค์มานั่งตรงนี้หลายรูปแล้ว แต่เช้ามาพวกผมต้องมาช่วยกันฝังศพทุกครั้งเลย” แล้วทุกคนก็ก้มลงกราบหลวงพ่ออีกครั้งแล้วพูดต่อว่า “ไม่ได้มีเจตนาที่จะสาปแช่งหลวงพ่อ แต่ว่าพระธุดงค์ที่เดินทางมาที่นี่ จะไม่มีใครรอดเลย” แล้วชาวบ้านก็พาเดินขึ้นไปอีกประมาณไม่ถึงสิบเมตร เป็นพื้นที่โล่งๆ มีต้นไม่ต้นใหญ่ที่มีเถาวัลย์เลื้อยระโยงระยางอยู่กลางลาน ลักษณะดินเป็นสีดำยุ่ยๆ “นี่คือสุสานของพระธุดงค์ ที่ชาวบ้านช่วยกันฝัง มีทั้งพระชราและเณร เดี๋ยวนี้เลยจะชวนให้ไปพักในหมู่บ้านมากกว่า แต่ก็มีพระที่ตั้งจิตแน่วแน่ ต้องการปักกลดอยู่ที่นี่ ตอนเช้าพวกชาวบ้านก็ต้องมาช่วยกันฝัง เพราะไม่มีใครรอด เมื่อสิบกว่าปีที่ผ่านมา ต้องช่วยกันฝังทุกปี” ชาวบ้านเล่าต่อว่า ที่บริเวณนี้เป็นสุสานเก่าของชาวกะเหรี่ยง มีวิญญาณคนที่ตายสิงสถิตอยู่มากมาย เป็นปู่โสมเฝ้าทรัพย์ คอยจัดการใครก็ตามที่ล่วงล้ำเข้ามา แล้วชาวบ้านก็ชี้เข้าไปในกองฟืน ที่ไฟมอดไปแล้วปรากฏว่าพบเศษกระดูกนิ้วมือเป็นข้อเล็กๆสีดำๆอยู่หลายอัน ภาพเหตุการณ์เมื่อคืนก็แวบเข้ามาในหัวของคุณเอก จนรู้สึกเย็นวาบตั้งแต่หัวลงไปถึงเท้า ชาวบ้านบอกว่าเป็นแบบนี้ทุกครั้ง ตอนที่ช่วยกันแบกร่างของพระ เพื่อที่จะเอาไปฝัง จะเห็นเศษกระดูกเล็กๆไหลออกจากปากป่าบริเวณนี้จะไม่มีใครกล้าใช้สันจร ชาวบ้านที่เป็นคนหาของป่า ถ้าเกิดเวลาล่วงเข่าบ่ายสามโมง ต้องรีบดิ่งออกจากป่าแถบนี้ทันที เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา เคยพบศพของคนหาของป่าจากหมู่บ้านอื่น ถูกไม้ไผ่แทงตายอยู่บนยอดไผ่