เรื่องผี : บ้านพักสุดเฮี้ยน

  • by
เรื่องผี

สวัสดีผู้อ่านทุกท่านที่ชื่นชอบเรื่องผี เรื่องสยองขวัญ ความน่ากลัวของเรื่องลี้ลับและสยองขวัญทุกท่าน วันนี้ The Shock จะนำเรื่องราวสุดน่ากลัวของคุณบัวแก้วที่ได้พบเจอกับสิ่งลี้ลับ ณ บ้านพักข้าราชการแห่งหนึ่ง เรื่องราวจะน่ากลัว สยดสยองแค่ไหน ไปอ่านกันได้เลย

เรื่องผี : บ้านพักสุดเฮี้ยน

เรื่องผี

เรื่องนี้เป็นเรื่องเล่าจากคุณ บัวแก้ว โดยคุณบัวแก้วเล่าว่า.. เมื่อก่อนสามีเรารับราชการป่าไม้ ปัจจุบันเกษียณมาหลายปีแล้ว สมัยก่อนเราต้องตามสามีไปตลอด สามีไปประจำอยู่ตามหน่วยป้องกันรักษาป่า ซึ่งส่วนมากก็จะอยู่ในป่านั่นล่ะ โดยบ้านพักหลังนี้เป็นบ้าน2ชั้น มีสภาพเก่า และทรุดโทรมมาก ครั้งหนึ่ง สามีต้องย้ายไปประจำหน่วยป้องกันรักษาป่าแห่งหนึ่งทางภาคใต้ หน่วยนี้อยู่ทางขึ้นเขาไกลจากตัวจังหวัด 20 กว่ากิโล อยู่ริมถนน ซึ่งข้างหน้าหน่วยเป็นทางโค้งหักศอก

เราย้ายมาวันแรก ก็เดินดูรอบๆ หน่วย แล้วไปสะดุดตากับเศษซากชิ้นส่วนรถนานาชนิด มีหญ้าปกคลุมเต็มไปหมด จากการคาดคะเนด้วยสายตาคงถูกทิ้งมานานหลายปีแล้ว ที่นี่ มีลูกจ้างชั่วคราว และข้าราชการประจำอยู่ กลางคืนจะมีเวรเฝ้าสำนักงาน 1 คน.. เราที่มาอยู่วันแรกก็ไหว้เจ้าที่เจ้าทางก่อนเลย เพราะได้ข่าวมาก่อนว่าที่นี่ผีดุ! ตอนค่ำๆ ก่อนนอนเราจะสวดมนต์ทุกคืน เช้าก็ไปใส่บาตรกรวดน้ำ วันพระก็ไปวัดตรงทางขึ้นเขาเสมอ สามีไม่ค่อยอยู่ ไปราชการบ่อย เราอยู่กับลูกสาวเล็กๆ 2 คน เราไหว้พระบอกตลอดเลยว่า ‘อย่ามาให้เห็น ถ้ามาก็ขอให้มาดีๆ..’

บ้านที่เราอยู่เป็นบ้านไม้มี 2 ชั้น เรามักจะได้ยินเสียงคนเดินขึ้นลงบันไดตลอด โดยที่เปิดออกมาดูก็ไม่มีใคร ตอนแรกกลัว แต่ตอนหลังชินแล้ว คิดเสียว่าเขามาดูแลปกป้องเรา เพราะเราทำบุญกรวดน้ำให้ตลอด เวลาเขามาจะมีสัญญาณมาก่อนทุกครั้ง คือจิ้งจกทั้งบ้านจะพร้อมใจกันร้องเซ็งแซ่ไปหมด สักพักก็จะมีเสียงคนเดินขึ้นบันไดตามมา เสียงสยองมากกกก ดัง ‘เอี๊ยด..อ๊าด..’ ช้าๆ เดินมาหยุดอยู่หน้าห้องเรา สักพักก็เดินลงไป.. สักพักก็เดินขึ้นมาใหม่อยู่แบบนี้ ซึ่งเราสังเกตได้ว่าจะมาเฉพาะวันโกนเท่านั้น! ถัดจากบ้านพักเรามีบ้าน 2 ชั้นอีกหลัง ถัดไปสุดท้ายอยู่ติดเชิงเขาเลยจะเป็นเรือนไม้ห้องแถว มีประมาณ 10 ห้อง เป็นเรือนของลูกจ้างชั่วคราว และครอบครัว ตอนเรามาอยู่ใหม่ๆ ก็เห็นอยู่กันเต็มนะ ไปๆ มาๆ ย้ายกลับไปอยู่บ้านตัวเองหมด ส่วนข้าราชการประจำที่พักที่นี่ พอเย็นวันศุกร์เขาก็กลับบ้านกันหมด มาอีกทีวันจันทร์ เราเลยต้องอยู่กับลูกสาว 2 คน และเวรที่มาเฝ้าสำนักงานอีกคนเท่านั้น

คืนหนึ่ง เวรที่เฝ้าสำนักงานวิ่งมาทุบประตูหน้าบ้านเรา ตะโกนเรียกเสียงดังโวยวายโหวกเหวก ‘เจ๊ๆ เปิดประตูให้ผมหน่อย!’ เราก็ตกใจ รีบอุ้มลูกลงมาเปิดประตูให้ ก็ถามมีอะไรๆ? เขาบอกผีหลอกๆๆ แล้วนั่งตัวสั่น เราบอกให้ค่อยๆ เล่า เขาก็เล่าว่า ตอนนอนอยู่มีผู้ชาย 3 คนมาเคาะประตูสำนักงาน ตอนแรกคิดว่าคงมาถามทางหรืออะไร ก็มองผ่านกระจกไป แต่กลับไม่เห็นมีรถ แล้วมากันยังไง? เลยไม่ได้เปิดให้ พอสังเกตดีๆ ผู้ชาย 3 คนนี้รองเท้าไม่ใส่ เสื้อผ้าขาดวิ่นเหมือนเกิดอุบัติเหตุมา ร่างกายมีแต่ร่องรอยบาดแผล พอเพ่งดูดีๆ อีก เฮ้ย! นี่ไม่ใช่หน้าคนแล้ว เขียวซีดขนาดนั้น! ทีนี้แกเลยเปิดประตูหลังวิ่งหนีมาทุบประตูบ้านเรานี่ล่ะ บอกเดี๋ยวพรุ่งนี้จะเล่าให้ฟังอีก เกริ่นมาแค่ว่าคนที่มาเข้าเวรเจอกันเกือบทุกคน แกก็เพิ่งเจอนี่ล่ะ จะมาหลากหลายรูปแบบเลย สรุปคืนนั้นแกก็ไม่กล้ากลับไปนอนสำนักงาน ขอนอนที่ระเบียงหน้าห้องเรา และหลังจากนั้นมา ถ้าเป็นเวรของแก แกจะไปขอแฟนเรา บอกหัวหน้าสงสารผมเถอะ ผมกลัว แฟนเราก็คนกลัวผีเลยอนุญาตให้ แกมาบอกอีกว่า ถ้าหัวหน้ากับเจ๊ย้ายนะ ผมขอลาออก.. สรุปพอหลายเดือนต่อมาเราย้าย แกก็ลาออกจริงๆ แกว่าที่นั่นเฮี้ยน แกยอมลาออกดีกว่า..

วันหนึ่ง สามีพาเรากับลูกๆ ไปเยี่ยมย่า ไปค้าง 1 คืน พอกลับมาตอนสายๆ เห็นคนในสำนักงานจับกลุ่มคุยกันอยู่ เลยถามว่าเกิดอะไรขึ้น? ลูกจ้างที่มาเข้าเวรเมื่อคืนนี้เล่าว่า เมื่อคืนมาเข้าเวร พาแฟนมานอนด้วย ตกดึกประมาณตี 3 แฟนก็ตื่นมาเข้าห้องน้ำ เห็นรถกระบะขับเข้ามาจอดอยู่ที่หน้าบ้าน มีทั้งคนแก่ ลูกเล็กเด็กแดง จูงกันลงมาจากรถ มายืนอยู่หน้าบ้านเรา (บ้านพักเราเอง) เต็มไปหมด.. พอตอนตี 5 แฟนเขาก็ปลุก พี่ๆ ตื่นๆ ไปต้มนำ้ชากาแฟเถอะ เมื่อคืนนี้หัวหน้าพี่กลับมาแล้ว พาญาติพี่น้องมาเต็มไปหมดเลย เผื่อหัวหน้าจะต้องการอะไร แกก็รีบตื่นแล้วบอกแฟนว่า ไม่เห็นรถหัวหน้าเลย.. แฟนแกก็ยืนยันว่ากลับมาแล้วจริงๆ แกเลยเดินไปดูที่หน้าบ้านเรา แต่.. ตอนนั้นบ้านเรายังล็อคแม่กุญแจอยู่เลย แกเลยเดินกลับมาบอกแฟนแกว่า ไม่มีใครมาสักหน่อย กุญแจยังคล้องอยู่เลย  แฟนแกไม่เชื่อ เลยเดินมาดูที่หน้าบ้านเรา ปรากฏว่าแม่กุญแจยังแขวนอยู่จริงๆ ทีนี้แฟนแกสติแตกเลยจ้าาา  แสดงว่าที่เห็นน่ะ..ไม่ใช่คน! แกเลยชี้ไปที่กองซากรถข้างๆ หน่วย บอกว่าวันดีคืนดีก็ออกมาหลอกซะแล้ว เพราะสมัยก่อนถนนสายนี้ขึ้นเขาแล้วถึงตัวจังหวัดมีอยู่สายเดียว แล้วทางคดเคี้ยวมากๆ หน้าหน่วยเป็นโค้งหักศอก รถมาเทกระจาดตายเยอะมากตรงหน้าหน่วยนี้ แล้วมีเรื่องเล่าจากคนเฒ่าคนแก่ในพื้นที่อีกว่า รถทุกคันที่มาคว่ำตรงนี้ คนที่รอดตายต่างเล่าตรงกันอย่างประหลาดว่า เห็นงูตัวใหญ่มากๆ นอนพาดถนนตรงทางโค้งเลย จึงเหยียบเบรคกระทันหันทำให้รถคว่ำ

คนงานยังเล่าให้ฟังอีกว่า ข้าราชการคนก่อนๆ ก็โดนมาแล้ว กลางดึกมีฝรั่งสองผัวเมียเดินมาเคาะสำนักงาน ไม่ใส่รองเท้า เนื้อตัวมอมแมม มาขอความช่วยเหลือ เขาเลยบอกให้นั่งรอ เดี๋ยวไปตามคนมาช่วย พอกลับมาอีกที ฝรั่งสองผัวเมียคู่นี้หายไปแล้ว.. และอีกครั้งที่ดังมาก ฝรั่งสองผัวเมียคู่นี้มายืนโบกรถที่ทางโค้งหน้าหน่วยกลางดึก รถกระบะผ่านมารับขึ้นรถนั่งท้ายกระบะไป พอถึงตัวจังหวัดจอดรถ กลับไม่มีฝรั่งสองผัวเมียแล้ว วันรุ่งขึ้น ผู้ชายเจ้าของกระบะขับรถเข้ามาที่หน่วยมาเล่าให้ฟัง ว่ารับฝรั่งไปจากหน้าหน่วยนี้ แต่อยู่ๆ ก็หายไปเฉยเลย คนงานเก่าๆ ที่อยู่ที่นี่มานานเลยเล่าว่า ฝรั่งสองผัวเมียคู่นี้รถคว่ำตายมาหลายปีแล้ว และยังพาไปดูซากรถจี๊บข้างๆ หน่วย พวกเขาคงไปไหนไม่ได้ นี่ก็ผ่านมาหลายปีแล้ว พวกเขาคงกลับบ้านไม่ถูก น่าสงสาร..

ส่วนมากคนงานที่มาเข้าเวรจะเห็นกันเกือบทุกคน ถ้าดึกๆ เห็นคนอุ้มลูกจูงหลานเดินเข้ามา ไม่ต้องไปทัก เขาคงไปไหนไม่ได้.. ตอนนั้นที่เรามองกองซากรถข้างหน่วยทีไรก็สยองทุกที ได้แต่กรวดนำ้ให้ และภาวนาว่าไปให้คนอื่นเห็นเถอะ อย่ามาให้เห็นเลย และเราก็ไม่เคยเห็นเลยจริงๆ ตลอดเกือบปีที่สามีรับราชการอยู่ที่นั่นจนย้ายออกมา