ห้องพระสุดหลอน

  • by
ห้องพระสุดหลอน

วันนี้ The-Shock จะพาผู้อ่านที่ชื่นชอบเรื่องเล่าสยองขวัญ เรื่องผี หรือเรื่องลี้ลับ มาอ่านเรื่องของ “ห้องพระสุดหลอน” กัน เนื้อเรื่องจะเป็นอย่างไร หลอน น่ากลัวขนาดไหน ไปอ่านกันเลย

ห้องพระสุดหลอน

ห้องพระสุดหลอน

เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อประมาณ 5 ปีที่แล้ว เป็นเรื่องที่คุณออยเข้ามาเล่าในรายการเดอะช็อค คุณออยเป็นเด็กต่างจังหวัด เข้ามาหางานทำในกรุงเทพฯ มาถึงกรุงเทพก็ได้ตะเวนหาที่พักจนมาเจอกับหอพักแห่งนี้ ซึ่งอาคารแห่งนี้มีทั้งหมด 4 ชั้น คุณออยนั้นพักอยู่ที่ชั้น 3 ห้องที่เกิดเหตุนั้นอยู่ตรงข้ามห้องคุณออยพอดี ซึ่งห้องจะหันหน้าชนกัน ซึ่งอยู่ใกล้กับที่ทำงานพอดี อยู่มาได้ประมาณ 3-4 เดือน ใช้ชีวิตปกติ จากช่วงแรกที่ห้องพักว่างๆ ก็เริ่มมีคนเข้ามาอยู่จนเต็ม 

ที่ประตูห้องนั้นจะมีตาแมวเอาไว้มองด้านนอก และโดยส่วนตัวแล้วคุณออยมีนิสัยแปลกอยู่อย่างนึง คือชอบส่องตาแมวดู เพราะอยากรู้ว่าห้องตรงข้ามนั้นเป็นใคร ทำอะไร พอได้ยินเสียงไขกุญแจ ก็จะรีบวิ่งเอาหน้าไปทาบตาแมว เป็นอย่างนี้อยู่ทุกวัน 

จนวันหนึ่งวันนั้นเป็นวันพฤหัสบดี  หลังเลิกงานมาปกติ เวลาประมาณ 2 ทุ่ม ปกติแล้วเวลานี้แม่จะโทรมาถามสาระทุกข์สุขดิบเกือบทุกวัน ว่าเป็นอย่างไรบ้าง ทำงานได้ไหม แต่วันนั้นคุณออยบอกกับแม่ว่า แม่… ไม่รู้ว่าใครลืมเอาของแช่ตู้หรือเปล่า ทำไมมันได้กลิ่นเหม็นเน่าอย่างนี้ แม่ก็บอกว่า อ้าว ไม่ใช่มีคนตายหรอ!!! คุณออยก็บอกว่า แม่! มีแต่ในหนังเท่านั้นแหละ ใครจะมาตายอยู่ที่นี่ แม่ก็บอกว่า เอ้า!! จะไปรู้หรอ เผื่อเขาเป็นลมตาย คุณออยก็บอกว่า แม่ก็พูดไม่ทั่ว ไม่มีหรอก 

เช้าวันถัดมา กลิ่นเน่านั้นยังคงอยู่เหมือนเดิมแถมแรงขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่วันพฤหัสบดีจนวันอาทิตย์นี้ก็ยังได้กลิ่นอยู่  จนพี่คนที่เขาดูแลหอก็มาเคาะห้อง ให้เอาโซดาไฟ ไปหยอดตามร่องน้ำเพื่อไม่ให้มันตัน เผื่อจะลดกลิ่นลงได้ คุณออยก็ทำตามที่พี่เขาบอก ทำกันทั้งหอจนครบทุกห้อง แต่กลิ่นก็ยังไม่หาย 

ทีนี้ก็เหลือแต่ห้องตรงข้ามคุณออยที่เขายังไม่เปิดให้เข้าไปทำ คุณออยก็คิดว่าเขาไปทำงานหรือเปล่า พี่คนดูแลหอจึงลงไปถาม รปภ. ที่อยู่ด้านล่างหอ ว่าเห็นห้อง 301 ไหม รปภ. ก็บอกว่า เห็น เมื่อเช้านี้ยังเดินยิ้มให้ลุง แล้วถือถุงข้าวขึ้นไปอยู่เลย พี่ที่ดูแลหอจึงไม่ได้สงสัยอะไร คิดว่าคงนอนหลับอยู่

ขณะที่กำลังยืนคุยกันอยู่ก็มีคุณยายอายุประมาณ 70 ปี มาจากไหนไม่รู้  เดินมาแล้วบอกว่า ขอขึ้นไปดูหอมึงหน่อยได้ไหม พี่คนดูแลหอก็บอกว่า ได้สิครับ คุณยายจะมาดูห้องหรอ คุณยายก็บอกว่า ใช่!! กูจะมาดูห้อง แล้วเดินดิ่ง ๆ นำขึ้นไปบนหอ คุณออยกับพี่คนดูแลหอก็ขึ้นไปกับคุณยาย แล้วก็มาหยุดอยู่ตรงห้อง 310 แล้วก็พูดว่า ห้องนี้แหละ กูจะเอาห้องนี้ มึงเปิดเลย พี่ดูแลหอก็บอกว่า ห้องนี้มีคนอยู่แล้วครับคุณยาย แต่คุณยายกับบอกว่า มันไม่อยู่แล้ว!! 

เมื่อได้ยินอย่างนั้น คุณออยและพี่คนดูแลหอ จึงตัดสินใจไขกุญแจประตูเปิดห้องนั้น ขณะที่กำลังไขประตูอยู่คุณออยก็เอาจมูกไปดมตามร่องประตู ว่ากลิ่นมันมาจากห้องนี้หรือป่าว เพราะไม่ว่าจะอยู่ตรงไหนในบริเวณหอ ก็จะได้กลิ่นเหมือนกันหมด พอไขประตูได้แล้ว ปรากฎว่าประตูมันถูกล็อคกรจากด้วนในอีกชั้น พี่คนดูแลหอจึงตัดสินใจเอาชะแลงมางัดแล้วพังประตูเข้าไป พอเปิดประตูเข้าไปเท่านั้นแหละ กลิ่นเหม็นตลบอบอวลพุ่งออกมาจากห้องทันที กลิ่นมันขมไปจนถึงลำคอ และมีลมตีผ่านหน้าออกมา เนื่องจากในห้องเปิดพัดลมทิ้งไว้ 

เมื่อเปิดประตูเข้าไปในห้องได้แล้ว ทั้งพี่คนดูแลหอและคุณออยก็ต้องผงะ เมื่อเห็นร่างเจ้าของห้องนอนอยู่บนเตียง มือเท้าหงิก ตาถลน ใส่หูฟังนอนตายอยู่ โทรศัพท์ยังเสียบที่ชาร์จแบตไว้กับปลั๊กไฟอยู๋ พี่คนดูแลหอจึงตัดสินใจโทรแจ้งกู้ภัย และเจ้าของหอ ขณะนั้นคุณออยก็หันกลับไปดูคุณยาย ก็พบว่าคุณยายหายไปแล้ว ไม่รู้หายไปตอนไหน 

ต้องบอกก่อนว่าคุณออยก็รู้จักผู้ตายอยู่ ผู้ชายคนนี้ เป็นแรงงานชาวต่างด้าว เป็นผู้ชายที่หน้าตาดีเลย อายุประมาณ 35 มีอยู่คนเดียวไม่มี ไม่มีแฟน ไม่มีครอบครัว จึงไม่มีญาติที่สามารถติดต่อได้

หลังจากโทรแจ้งกู้ภัยแล้ว เจ้าของหอบอกกับหน่วยกู้ภัยว่า ถ้าเข้ามาในหอนี้ไม่ต้องเปิดหวอได้ไหม เมื่อรถกู้ภัยมาถึงเขาก็ไม่ได้เปิดวอร์ตามที่เจ้าของหอบอก แต่ด้วยกลิ่นที่มันแรงมาก ทำให้คนที่พักอยู่ในหอได้กลิ่นแล้วก็มุงดูที่ห้องนี้กัน กู้ภัยค่อยๆนำศพลงมาทางบันไดหนีไฟ แล้วก็เอาแป้งโลยใส่คราบน้ำเหลืองทิ้งไว้ จนทั่วห้อง แล้วก็ปิดประตูห้อง 

หน่วยกู้ภัยได้บอกกับพี่คนดูแลหอว่า ให้นำน้ำเปล่า 1 แก้ว ธูป 1 ดอก ไปจุดไว้กลางแจ้ง ให้พ้นชายคาหอ แล้วพูดว่า ที่นี่ไม่ใช่ที่ของคุณ อย่ามาอยู่สร้างความเดือดร้อนให้พวกเราที่นี่ เสร็จแล้วก็คว่ำแก้วลง คนดูแลหอก็ไปทำตามที่หน่วยกู้ภัยแนะนำ เสร็จแล้วก็ไปเคลียร์กันเรื่องคดีความที่โรงพัก ตำรวจสันนิษฐานว่า น่าจะเกิดจากผู้ตาย ใส่หูฟังพร้อมกับชาร์ทแบตโทรศัพท์ไปด้วย ขณะนอนหลับอยู่ไฟน่าจะลัดวงจร จนทำให้เสียชีวิต

หลังจากกลับจากโรงพักพี่คนดูแลหอก็ได้ขอให้คุณออยมาช่วยล้างห้องทำความสะอาดห้อง ด้วยความสนิทคุณออยก็ไม่ปฏิเสธ แต่พอเปิดประตูเข้าไป ก็ต้องตะลึงกันทั้งคู่ เมื่อพบว่ามีรอยเท้าเดินออกมาจากห้อง แต่ว่าไม่มีรอยเท้าเดินเข้า 

ตกเย็นคนดูแลหอเห็นว่าห้องคุณออยอยู่ตรงข้ามกับห้องที่เกิดเหตุ ก็กลัวว่าคุณออยจะกลัว จึงชวนคุณออยมานอนที่ห้องด้วย ซึ่งห้องพี่คนดูแลหอนั้นจะอยู่ชั้น 1 ห้องแรกเลย คุณออยก็บอกว่า ไม่เป็นไรค่ะพี่ คืนนั้นห้องที่เกิดเหตุก็เปิดประตูทิ้งไว้ทั้งคืน เพื่อระบายอากาศ 

คุณออยทนอยู่มาได้ 3 วัน ตี 3  คืนนั้นขณะที่กำลังนอนอยู่ อยู่ๆ ก็ได้ยินเสียงไขกุญแจห้องดังมาจากห้องตรงข้าม แล้วเสียงก็เงียบหายไป ด้วยความสงสัยคุณออยจึงไปขอดูภาพจากกล้องวงจรปิดกับพี่คนดูแลหอ เมื่อได้ดูภาพ ก็ต้องขนลุกเมื่อ ในภาพเห็นว่า อยู่ ๆ ประตูห้องมันก็เปิดเอง แล้วก็มีเสียงหมาเห่าหอนตามมา เป็นแบบนี้เวลาเดิมทุกคืน

คนในหอชั้น 3 เริ่มย้ายกันออกไปทีละห้อง 2 ห้อง จนเหลือห้องของคุณออยและพี่อีกห้องนึงกันอยู่ 2 ห้อง จากทั้งหมด 10 ห้อง เวลาเจอกันตอนเช้าขณะที่ยืนรอรถบริษัทมารับ คุณออยก็จะยืนคุยกันว่า พี่เป็นยังไงบ้าง พี่เขาไม่พูดอะไร ทำท่าเฉยๆแล้วเดินขึ้นรถพนักงานไป 

ห้องพระสุดหลอน

บางครั้งคนที่พักอยู่ชั้น 2 ก็ไปร้องเรียนกับพี่คนดูแลหอว่า ได้ยินเสียงดังมาจากบนห้องของคุณออย เสียงย้ายตู้ ย้ายเตียง ลากไปลากมา คุณออยก็บอกไปว่า พี่หนูจะย้ายของได้อย่างไร เวลานั้นหนูยังนอนฟังเพลง เล่นแต่โทรศัพท์อยู่เลย ไม่ได้ทำอะไรเลยนะ 

วันต่อมาคุณออยก็ไปยืนคุยกับพี่ที่รอรถด้วยกันอีกว่า พี่ หนูว่าหนูจะย้ายหอ พี่เขาก็ถามว่า อ้าว จะย้ายทำไมล่ะ คุณออยก็บอกว่า หนูได้ยินเสียงห้องตรงข้ามไขกุญแจห้องทั้งคืนเลย พี่เขาก็บอกว่า เพิ่งเจอหรอ พี่เจอมาเป็นเดือนแล้ว  พี่ยังอยู่ได้เลย แต่จริง ๆ พี่ก็คิดว่าจะย้ายแล้วล่ะ แต่เสียดายค่ามัดจำห้อง 

วันเวลาผ่านไปประมาณ 1-2 สัปดาห์ เจ้าของหอก็ตัดสินใจทำบุญหอครั้งใหญ่ แล้วก็จ้างช่างมาปูกระเบื้องใหม่ เพราะกระเบื้องเก่าคราบน้ำหนองมันซึมลงกระเบื้อง แล้วก็ทาผนังห้องใหม่ให้เป็นสีส้ม แล้วก็เปลี่ยนห้องนั้นเป็นห้องพระ ไม่เปิดให้คนเช่าอีก เมื่อคุณออยทราบอย่างนั้นก็รู้สึกโล่งใจ คิดว่าถ้ามีพระอยู่ในห้องนั้น ก็คงจะไม่มีอะไรเกิดขึ้นแล้ว 

แต่คืนนั้นตี 3 เวลาเดิม ขณะที่คุณออยกำลังนอนอยู่ เสียงไขกุญแจห้องก็ดังขึ้นเหมือนเดิม แต่คราวนี้มันตามมาด้วยเสียงเขย่าประตูแรงมาก เสียงเหมือนคนโมโหเข้าห้องไม่ได้ ตอนนั้นคุณออยคิดในใจว่า จะไปส่องตาแมวดูดีหรือเปล่า สมมุติว่าถ้าสองตาแมวมองไปที่ห้องตรงข้าม เห็นคนกำลังก้มไขกุญแจอยู่ แล้วหันหน้ากลับมามองที่ตาแมวห้องคุณออย จะทำอย่างไรดี คุณออยจึงคิดให้ตัวเองสบายใจว่า สงสัยคงจะเป็นห้องข้างๆละมั้ง จึงใส่หูฟังเปิดเพลงดังแล้วนอนต่อ

วันต่อมาคุณออยทราบมาว่าห้องชั้น 4 ซึ่งเป็นห้อง 413 นั้นว่างพอดี จึงไปขอกับพี่คนดูแลหอมว่าจะขอย้ายขึ้นไปที่ชั้น 4 พี่คนดูแลหอก็ถามว่าจะย้ายทำไมล่ะ คุณออยก็บอกกับพี่ดูแลหอไปว่า หนูคิดว่าข้างบนมันโล่งดี พี่คนดูแลหอก็ไม่ว่าอะไรให้ย้ายได้ 

ตอนย้ายก็มีพี่ที่รู้จักกันในหอมาช่วยย้ายด้วย (ลืมบอกไปว่า พี่คนที่อยู่ชั้นเดินกันที่ชั้น 3 ย้ายออกไปแล้วนะ คนนี้คนละะคนกัน) พี่เขาก็ถามคุณออยว่า ออยพี่ถามอะไรหน่อยสิ มึงเจอใช่ไหม!! คุณออยก็บอกว่า เปล่าพี่ ไม่มีอะไร พี่เขาก็บอกว่า มึงอย่ามาโกหกกู กูรู้ตั้งแต่วันที่มันตายแล้ว คุณออยก็ถามด้วยความสงสัยว่า พี่รู้ได้ไง พี่เขาก็บอกว่า มีคนมาบอก (พี่คนนี้เป็นคนมีองค์) คุณออยจึงเล่าเรื่องที่เจอให้พี่เขาฟังทั้งหมดและบอกว่า หนูนอนไม่ได้เลยพี่ เขามาเขย่าประตูห้องเขาทั้งคืนเลย 

หลังจากนั้น คุณออยก็ไปเล่าให้พี่คนดูแลหอฟัง เมื่อทางเจ้าของหอทราลเรื่องก็ได้รีโนเวทห้องใหม่อีกครั้ง โดยติดแอร์เพิ่มด้วย และเปลี่ยนห้องนี้เป็นห้องเช่ารายวันแทน แต่หลังจากที่ปล่อยให้เช่ามา 3-4 คนแล้ว ก็ไม่มีใครอยู่ได้เลยสักคนเดียว 

มีอยู่วันหนึ่งมีแม่ลูกคู่หนึ่งเดินอยู่ข้างล่างหอ แล้วจังหวะที่เดินผ่านห้องนี้ เด็กได้มองขึ้นไปที่ระเบียงห้อง 301 แล้วพูดกับแม่ว่า แม่… ห้องนั้นน่ะ ไหนแม่บอกว่าเขากลับบ้านไง เขาก็ยืนตากผ้าอยู่นั่นน่ะ   

ปัจจุบันนี้ทั้งหอมีแค่คุณออยที่รู้เรื่องนี้อยู่คนเดียว เพราะว่าคนเก่าๆที่เคยอยู่นั้นได้ย้ายออกกันไปหมดแล้ว