ผีม้าบ้อง วิญญาณโสดที่ชอบโกรธคนมีคู่ อิจฉาริษยาผู้คนที่มีครอบครัว

ม้าบ้อง

ตามตำนานเล่าว่าม้าบ้องนั้นเกิดมาจากวิญญาณของชายตระหนี่ที่ไม่เคยทำบุญทำทาน ไม่มีน้ำใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อใคร และยังไม่มีครอบครัว รวมถึงไม่เคยมีเพศสัมพันธ์กับใคร เมื่อตายลงก็ไม่มีใครที่จะมาสนใจทำศพให้เลยสักคน วิญญาณของชายผู้นี้จึงรู้สึกอิจฉาริษยาผู้คนที่มีครอบครัว

ทำให้เกิดอิทธิฤทธิ์สามารถแปลงร่างให้เป็นครึ่งคนครึ่งม้าได้ผีม้าบ้องมักจะปรากฏกายในยามวิการพร้อมกับเสียงเท้าเสมอเมื่อถึงยามวิกาลผีม้าบ้องจะออกวิ่งไปรอบ ๆ หมู่บ้าน ชาวบ้านก็จะได้ยินเสียงเหมือนกับมีฝูงสัตว์กำลังวิ่งอยู่ และเมื่อพบเจอกับชายหนุ่มที่กำลังเดินทางออกไปจีบสาวในยามค่ำคืนก็จะพุ่งตรงเข้าไปหาและทำการ “ดีด” ขาหลังเข้าไปที่หว่างขาของชายผู้โชคร้ายให้จุกจนอาจจะถึงแก่ชีวิตได

ในสมัยก่อนถ้าใครได้ยินเสียงม้าวิ่งในยามวิกาลจะต้องเกิดอาการผวา และเป็นอันเข้าใจโดยทั่วกันว่าเป็นเสียงของผีม้าบ้อง เชื่อกันว่า ผีม้าบ้องนี้เกิดจากม้าตัวหนึ่งที่ตายไปแล้ว ซึ่งที่มาของความเฮี้ยนนั้นมาจากการที่ก่อนที่ม้าตัวนี้จะตายนั้นตอนเล็กๆ เจ้าของได้เลี้ยงม้าไว้คู่หนึ่ง เวลาใดที่เจ้าของจะเดินทางก็จะต้องเอาม้าคู่นี้ไปด้วยจึงเกิดเป็นความรักความผูกพันธ์มากขึ้น

แต่อยู่มาวันหนึ่ง ม้าตัวหนึ่งเกิดล้มเจ็บไม่สามารถที่จะออกเดินทางไปกับเจ้าของได้ เจ้าของก็เลยทิ้งม้าตัวนี้ไว้ และนำอีกตัวหนึ่งไป ส่วนม้าตัวที่ล้มเจ็บนั้นก็นอนรอเพื่อนของมัน แต่ก็ไม่มีวี่แววว่าเพื่อนของมันจะกลับมาหามันอีก ในที่สุดมันก็ทนความเจ็บปวดไม่ไหวจนกระทั่งมันได้ตายไป

เมื่อตายไปแล้ววิญญาณของม้าก็ยังทว่ายังมีความห่วงหาอาลัยถึงคู่ของมันอยู่ นั่นทำให้เมื่อถึงเวลากลางคืนม้าตัวนี้จะออกวิ่งเที่ยวหาคู่ของมัน เมื่อถึงเวลากลางคืนวิญญาณเฮี้ยนของม้าตัวนี้จะออกวิ่งไปตามที่ต่างๆ เพื่อตามหาคู่ของมัน จนกระทั่งบัดนี้ มันก็วิ่งตามหาคู่ของมันอยู่ตราบจนถึงทุกวันนี้

กล่าวโดยสรุปแล้วว่า ต้นกำเนิดของผีม้าบ้องจะมีที่มาที่แตกต่างกันออกไป แต่การปรากฏตัวของผีม้าบ้องนั้น ตามตำนานและเรื่องเล่าก็จะบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า จะปรากฏตัวโดยมี “เสียงเท้าของฝูงสัตว์ในยามวิการ” ที่เป็นตัวบ่งบอกว่าผีม้าบ้องได้ปรากฏตัวขึ้นแล้วนั่นเอง