ปาฏิหาริย์ธรรม หลวงปู่เกตุ วัดศรีเมือง จ.สุโขทัย

ปาฏิหาริย์ธรรม

เมื่อเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2562ที่ผ่านมาผมกับเพื่อนได้เดินทางขึ้นภาคเหนือ เพื่อที่จะไปทำธุระกัน จึงได้มีโอกาสขับรถผ่าน จ.นครสวรรค์ เพื่อนผมเห็นว่าเป็นโอกาสที่ดี ที่ได้ขับรถผ่านมาเส้นนี้ จึงได้ชวนผมเข้ากราบหลวงพ่อวิชา วัดชอนทุเรียน จ.นครสวรรค์ นี้เป็นครั้งแรกที่ผมได้เจอหลวงพ่อวิชา แต่ผมกลับรู้สึกศรัทธาท่านมากจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นคำสอนที่เข้าใจง่าย หรือรอยยิ้มแห่งความเมตตาของท่าน

ครั้งนี้พวกผมได้มีโอกาสเช่าบูชาผ้ายันต์จากหลวงพ่อวิชาติดไม้ติดมือกลับกันมาด้วย เพื่อเป็นที่ระลึกถึงองค์ท่าน ว่าครั้งหนึ่งผมได้เคยมากราบทำบุญกับท่านถึงวัดชอนทุเรียนก่อนที่พวกผมจะลาหลวงพ่อวิชากลับ ท่านได้ให้พรชุดใหญ่ แล้วพูดขึ้นมาว่า “ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น อย่าตื่นตระหนก คุณพระนั้นช่วยได้ ขอให้ศรัทธามั่นๆ”ตอนนั้นผมไม่รู้ว่าหลวงพ่อวิชาพูดถึงอะไร หรือต้องการจะสื่ออะไร แต่ผมสังเกตเห็นสายตาท่านขณะที่กำลังพูดประโยคนี้ แล้วจ้องมองมาที่ผม แต่ผมก็ไม่ได้คิดอะไร เมื่อกราบลาหลวงพ่อวิชาเสร็จแล้ว ผมกับเพื่อนก็พากันขึ้นจ.เชียงใหม่ เพื่อไปทำธุระ เมื่อเสร็จธุระแล้วจึงรีบเดินทางกลับบ้านที่จ.ศรีสะเกษ ในทันที ผมไปส่งเพื่อนกลับบ้านก่อน แล้วจึงค่อยขับรถกลับบ้านตัวเอง

ในช่วงค่ำวันนั้นที่ผมมาถึงบ้าน ภรรยาผมก็ได้ขี่มอเตอร์ไซด์ไปซื้ออาหารในตลาดมาทานกัน เพราะวันนี้ไม่ได้ทำกับข้าวที่บ้านเตรียมเอาไว้ผมกับลูกๆอาบน้ำรอเตรียมทานอาหาร ผมรอภรรยาอยู่นานมาก จึงรู้สึกเป็นห่วง และสังหรณ์ใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก จนเวลาล่วงเลยไปเกือบ2ทุ่ม เพื่อนในหมู่บ้านมาบอกผมว่า ภรรยาผมเกิดอุบัติเหตุขับรถชนต้นไม้ เพราะถนนลื่นฝนตกหนัก ภรรยาผมสลบไป

เขาจึงพาไปส่งโรงพยาบาลเรียบร้อยแล้ว ส่วนรถมอเตอร์ไซด์เพื่อนในหมู่บ้านยกใส่ท้ายรถมาคืนผมที่บ้าน รถไม่ได้เสียหายอะไรมากนักผมและลูกๆจึงรีบไปที่โรงพยาบาล เมื่อไปถึงก็เห็นภรรยานอนสลบอยู่ในห้องไอซียู ผมจึงวิ่งเข้าไปกอดร่างภรรยา ส่วนลูกๆก็ร้องไห้กันระงม ช่วงเวลานั้นผมเป็นห่วงภรรยามาก กลัวว่าจะต้องเสียเธอไป แต่เพียงเสี้ยววินาที ผมก็นึกถึงคำพูดของหลวงพ่อวิชาที่บอกไว้ว่า

“ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น อย่าตื่นตระหนก คุณพระนั้นช่วยได้ ขอให้ศรัทธามั่นๆ”ผมจึงได้หยิบผ้ายันต์ที่ใส่ไว้ในกระเป๋า ที่เช่ามาจากหลวงพ่อวิชา ผมนำผ้ายันต์ขึ้นเหนือศีรษะอาราธนาขอบารมีคุณพระรัตนตรัยช่วยคุ้มครองภรรยาของผมให้ปลอดภัย อย่าได้เป็นอะไรเลย แล้วผมก็นำผ้ายันต์สอดไว้ใต้หมอนที่หนุนศีรษะภรรยาผม ก่อนที่จะพาลูกๆออกมานั่งรอข้างนอก

ผ่านไปเกือบ2ชั่วโมง ภรรยาผมก็รู้สึกตัวขึ้นมา เมื่อหมอตรวจร่างกายแล้วไม่มีอะไรมาก มีเพียงแค่รอยถลอกฟกช้ำนิดหน่อย วันรุ่งขึ้นหมอจึงอนุญาตให้กลับบ้านได้เมื่อกลับมาถึงบ้านภรรยาผมก็เล่าให้ฟังว่า เมื่อคืนขณะที่ขี่รถมอเตอร์ไซค์ผ่านป่าช้านั้น ก็มีลมวูบใหญ่พัดมา อยู่ดีๆฝนก็ตกราวกับฟ้ารั่ว ภรรยาผมจึงต้องขี่รถช้าๆ

ข้างหน้านั้นเองด้วยแสงไฟจากหน้ารถมอเตอร์ไซด์ที่ไม่ได้สว่างมากนัก ก็ไปกระทบกับสิ่งๆหนึ่ง พอให้เห็นเป็นเงามืดมาแต่ไกล พอรถวิ่งเข้าใกล้ ก็เห็นเป็นหมาสีดำตัวใหญ่เท่าม้า ภรรยาผมย้ำหลายรอบมาก ว่าหมาสีดำตัวมันใหญ่เท่าม้าจริงๆ มันยืนจ้องหน้าภรรยาผม ตามันแดงฉานราวเปลวไฟ ด้วยความตกใจภรรยาผมจึงหักรถหลบ ทำให้พุ่งชนต้นไม้ แล้วก็วูบไป

แนะนำ website เว็บข่าว